มะเร็งปากมดลูกพุ่งไม่หยุด! หมอเตือนแรง: อย่าขยันทำ 5 เรื่องนี้ ขี้เกียจยังดีเสียกว่าเป็นหม

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คุกคามผู้หญิงทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ตามรายงานของ GLOBOCAN 2022 มีผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกประมาณ 661,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 348,000 ราย
Ngày càng có nhiều người chết vì ung thư cổ tử cung? Bác sĩ thở dài: Thà lười biếng còn tốt "gấp vạn lần" chăm làm 5 việc- Ảnh 1.

ในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มะเร็งปากมดลูกยังคงเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในสตรี และเป็นภาระทางสาธารณสุขที่สำคัญ

น่าสนใจคือ ไม่ได้มีเพียง “พฤติกรรมเสี่ยงที่แย่” เท่านั้น
แม้แต่ พฤติกรรมที่คิดว่าดี แต่ทำมากเกินไป ก็อาจก่อปัญหาได้เช่นกัน แพทย์บางท่านจึงกล่าวว่า

“การขี้เกียจอย่างมีเหตุผล ยังดีกว่าขยันทำ 5 เรื่องนี้จนเกินพอดี”

1) ล้างทำความสะอาดช่องคลอดมากเกินไป ใช้ผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินความจำเป็น

การสวนล้างหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงเป็นประจำ ทำให้

  • สมดุลกรด–ด่าง (pH) เปลี่ยนไป

  • แบคทีเรียดีในช่องคลอดถูกทำลาย

  • เกราะป้องกันตามธรรมชาติหายไป

Ngày càng có nhiều người chết vì ung thư cổ tử cung? Bác sĩ thở dài: Thà lười biếng còn tốt "gấp vạn lần" chăm làm 5 việc- Ảnh 2.
เมื่อการป้องกันอ่อนแอ ปากมดลูกจึงติดเชื้อได้ง่าย เช่น

  • Chlamydia

  • HPV ชนิดเสี่ยงสูง

งานวิจัยหลายประเทศยืนยันว่า
การสวนล้างช่องคลอดบ่อย ๆ เชื่อมโยงกับภาวะอักเสบเรื้อรังของปากมดลูก
ซึ่งเป็นพื้นฐานให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ในอนาคต

2) ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยรับประทานยาคุมกำเนิดต่อเนื่องหลายปี งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet พบว่า

  • ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมชนิดรับประทาน นานเกิน 5 ปี
    มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าผู้ที่ไม่ใช้

ฮอร์โมนในยาคุมอาจส่งผลให้

  • โครงสร้างเยื่อบุปากมดลูกเปลี่ยนไป

  • เซลล์ไวต่อการติดเชื้อ HPV มากขึ้น

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ปรึกษาแพทย์ ก่อนการใช้ยาต่อเนื่องระยะยาว

Khám phụ khoa có được hưởng Bảo hiểm Y tế không? | Phòng khám đa khoa Thuận  Đức | phongkhamthuanduc.com
3) ลดน้ำหนักหักโหมและนอนดึกเป็นประจำ

การอดอาหารหรือไดเอตที่รุนแรงอาจก่อให้เกิด

  • ภาวะขาดธาตุเหล็ก

  • ภาวะขาดกรดโฟลิก

ซึ่งล้วนมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

ในขณะเดียวกัน การนอนดึกหรือนอนน้อยเรื้อรังส่งผลให้

  • นาฬิกาชีวภาพถูกรบกวน

  • ภูมิคุ้มกันลดต่ำ

เมื่อร่างกายอ่อนล้า
ความสามารถในการกำจัดเชื้อ HPV จะลดลง
ทำให้รอยโรคก่อนมะเร็งมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งมากขึ้น

4) สูบบุหรี่หรืออยู่ในควันบุหรี่เป็นประจำ

สารก่อมะเร็งในควันบุหรี่เข้าสู่ปอดและกระจายไปสู่เนื้อเยื่อทั่วร่างกาย
รวมถึงปากมดลูก

สมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) ระบุว่า

  • สารพิษในบุหรี่ทำลาย DNA ของเซลล์ปากมดลูก

  • ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอในการกำจัดเชื้อ HPV

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
“เลี่ยงควันบุหรี่”
อาจเป็นความขี้เกียจที่ช่วยป้องกันปากมดลูกได้จริง

5) ตั้งครรภ์และคลอดหลายครั้งตั้งแต่อายุยังน้อย

จากข้อมูลระบาดวิทยาพบว่า

  • ตั้งครรภ์ครั้งแรกก่อนอายุ 20 ปี

  • หรือคลอดบุตรตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป

มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สาเหตุสำคัญคือ

  • การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรุนแรงระหว่างตั้งครรภ์

  • การบาดเจ็บทางกายภาพของปากมดลูกระหว่างการคลอด

ทั้งหมดทำให้ HPV มีโอกาสแทรกซึมและก่อกลายพันธุ์ของเซลล์ได้ง่ายขึ้น

แล้วควรทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดูแลตนเองดังนี้

  • รับประทานอาหารครบหมู่ เน้นผักและผลไม้

  • เสริมธาตุเหล็กและโฟเลตอย่างเหมาะสม

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย

ที่สำคัญที่สุดคือ

  • ฉีดวัคซีน HPV

  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ

การตรวจอย่างต่อเนื่องช่วยพบความผิดปกติแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งรักษาได้ผลดีมาก

บทสรุป

มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ การ “ใส่ใจอย่างเหมาะสม” สำคัญยิ่งกว่าการ “ขยันเกินพอดี”

บางครั้ง การยอมเป็นคนขี้เกียจอย่างมีเหตุผล เช่น ไม่สวนล้างมากเกินไป ไม่อดนอน ไม่สูบบุหรี่ กลับเป็นเกราะป้องกันสุขภาพที่ดีที่สุดของผู้หญิง

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน