ม.ะ.เ.ร็.ง.ร.ะยะแรกมัก “ไม่แสดงอาการ-ไม่เจ็บ” แต่ถ้าเข้าห้องน้ำตอนเช้าแล้วเจอ 5 สัญญาณนี้ อย่

มะเร็งระยะแรกไม่เจ็บ แต่เช้าเข้าห้องน้ำเจอ 5 สัญญาณ รีบตรวจ!
ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

ความน่ากลัวของมะเร็งไม่ใช่แค่คำว่า “ร้ายแรง” แต่คือ ระยะแรกมักไม่แสดงอาการ หลายคนใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีเจ็บ ไม่มีไข้ จนกระทั่งโรคลุกลามแล้วถึงเริ่มรู้สึกผิดปกติ ดังนั้น “สัญญาณเล็กๆ” ที่เราเจอในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ ตอนเข้าห้องน้ำช่วงเช้า อาจเป็นจุดที่ช่วยให้สังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น

จากภาพประกอบจะเห็นทั้งลักษณะ ปัสสาวะเป็นฟอง และอาการ ปวดบริเวณทวาร/ลำไส้ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม วันนี้เราสรุปแบบเข้าใจง่ายสไตล์ sanook ว่า 5 สัญญาณในห้องน้ำที่ “ควรระวัง” มีอะไรบ้าง (ย้ำว่า ไม่ใช่แปลว่าเป็นมะเร็งแน่นอน แต่ถ้าเป็นต่อเนื่องควรตรวจ)


1) ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ และเป็นซ้ำๆ

ถ้าปัสสาวะเป็นฟองเยอะกว่าปกติ หายไปเองยาก โดยเฉพาะถ้าไม่ได้เกิดจากฉี่แรงหรือขาดน้ำ อาจสะท้อนความผิดปกติบางอย่าง เช่น โปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือปัญหาไต ซึ่งบางโรคเรื้อรังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว ควรตรวจปัสสาวะให้ชัด

2) ปัสสาวะมีสีแดง/น้ำตาล หรือมีเลือดปน

อันนี้ถือว่า สัญญาณแดง ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจมาจากนิ่ว การติดเชื้อ หรือความผิดปกติในทางเดินปัสสาวะ หากเห็นเลือดปนแม้ครั้งเดียว โดยเฉพาะไม่มีอาการแสบขัดร่วม ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

3) ถ่ายเป็นเลือด หรืออุจจาระดำเหมือนยางมะตอย

เลือดสดอาจสัมพันธ์กับริดสีดวงหรือแผลฉีก แต่ถ้าเป็นบ่อย ปริมาณมาก หรือมีอุจจาระสีดำผิดปกติ อาจบ่งถึงเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนบนได้ ควรรีบตรวจ โดยเฉพาะถ้ามีอาการเวียนหัว อ่อนเพลีย ซีดร่วมด้วย

4) รูปทรงอุจจาระเปลี่ยนไปนานเกิน 2 สัปดาห์

เช่น เล็กแบนเหมือนดินสอ หรือถ่ายไม่สุดเหมือนมีอะไรอุดกั้น รวมถึงท้องผูกสลับท้องเสียแบบไม่ทราบสาเหตุ ถ้าเกิดต่อเนื่องควรตรวจลำไส้ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของลำไส้ (ไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งเสมอไป แต่อย่าปล่อยนาน)

5) ปวดท้องน้อย/ปวดทวาร หรือปวดหลังส่วนล่างตอนขับถ่าย

อาการปวดร่วมกับถ่ายยาก เบ่งแล้วเจ็บ หรือรู้สึกหน่วงๆ บริเวณท้องน้อย/หลังล่าง โดยเฉพาะถ้าเกิดซ้ำและรบกวนชีวิตประจำวัน ควรตรวจหาสาเหตุ เพราะบางครั้งอาจเชื่อมกับโรคในระบบทางเดินอาหาร/ปัสสาวะ


เช็กตัวเองแบบไม่แพนิค: “ต่อเนื่อง” คือคำสำคัญ

อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุทั่วไป เช่น ดื่มน้ำน้อย กินเผ็ด แพ้อาหาร ติดเชื้อ หรือริดสีดวงได้เช่นกัน แต่ถ้า เป็นซ้ำๆ ต่อเนื่องเกิน 1-2 สัปดาห์, น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ, เหนื่อยง่าย ซีด, ปวดเรื้อรัง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง แนะนำอย่ารอให้หายเอง

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน