แพทย์เผย การรับประทาน “อะโวคาโด” อะโวคาโดก่อให้เกิดอะไรกับร่างกายกันแน่?

แพทย์เตือน! กินอะโวคาโดผิดวิธี จากของดีอาจกลายเป็นภัยต่อสุขภาพไม่รู้ตัว
ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “อะโวคาโด” กลายเป็นผลไม้ขวัญใจสายเฮลท์ตี้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสายคีโต สายลดน้ำหนัก หรือคนรักสุขภาพ ต่างยกให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดอันดับต้นๆ เพราะอุดมไปด้วยไขมันดี ไฟเบอร์ และวิตามินหลากหลายชนิด แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการออกมาเตือนว่า หากกินอะโวคาโดแบบไม่เข้าใจ หรือกินมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายเจอปัญหาที่หลายคนคาดไม่ถึง

อะโวคาโด ดีก็จริง แต่ “ดีเกิน” ก็ไม่ไหว

อะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และบำรุงหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูงมาก อะโวคาโด 1 ผลกลางๆ ให้พลังงานประมาณ 250–300 กิโลแคลอรี หากกินวันละหลายผลโดยไม่ลดอาหารอย่างอื่น อาจทำให้น้ำหนักขึ้นแบบไม่รู้ตัว

แพทย์ชี้ว่า คนที่ตั้งใจลดน้ำหนักแต่กลับกินอะโวคาโดแทบทุกมื้อ มักงงว่าทำไม “ยิ่งกินยิ่งอ้วน” ทั้งที่คิดว่ากินของดี ซึ่งสาเหตุมาจากพลังงานสะสมเกินความจำเป็นของร่างกายนั่นเอง

ระบบย่อยอาหารอาจรวน โดยเฉพาะคนลำไส้แปรปรวน

อะโวคาโดมีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ขับถ่ายดี แต่สำหรับบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS) หรือระบบย่อยอาหารไว อาจเกิดอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องเสียได้ง่าย เนื่องจากอะโวคาโดมีสารกลุ่ม FODMAPs ซึ่งร่างกายบางคนย่อยได้ไม่ดี

แพทย์แนะนำว่า หากกินแล้วรู้สึกแน่นท้อง หรือปวดท้องบ่อย ควรลดปริมาณ หรือกินร่วมกับอาหารอื่น ไม่ควรกินเดี่ยวๆ ในปริมาณมาก

ระวังโพแทสเซียมสูงเกินไป

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงมาก สูงกว่ากล้วยเสียอีก สำหรับคนทั่วไปถือว่าเป็นข้อดี เพราะช่วยควบคุมความดันโลหิต แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต หรือผู้ที่ต้องจำกัดโพแทสเซียมในอาหาร การกินอะโวคาโดมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้

แพทย์เน้นย้ำว่า ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์หรือโภชนากรก่อน เพิ่มอะโวคาโดเข้าไปในเมนูประจำวัน

กินคู่กับอะไร ก็สำคัญไม่แพ้กัน

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่แพทย์เป็นห่วง คือการกินอะโวคาโดคู่กับอาหารไขมันสูง เช่น เบคอน ชีส มายองเนส หรือขนมปังขาวจำนวนมาก แม้อะโวคาโดจะเป็นไขมันดี แต่เมื่อรวมกับไขมันอิ่มตัวและคาร์โบไฮเดรตขัดสี ก็อาจกลายเป็นมื้อที่พลังงานพุ่งสูง ทำให้เสี่ยงต่อไขมันสะสมและน้ำตาลในเลือดสูง

ทางที่ดีควรกินอะโวคาโดคู่กับผัก โปรตีนไม่ติดมัน เช่น ไข่ต้ม ปลา หรืออกไก่ จะช่วยให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ปริมาณที่เหมาะสม กุญแจของความเฮลท์ตี้

แพทย์แนะนำว่า ปริมาณอะโวคาโดที่เหมาะสมคือประมาณ ครึ่งผลถึง 1 ผลต่อวัน สำหรับคนที่สุขภาพปกติ และควรกระจายกินร่วมกับอาหารหลากหลาย ไม่ใช่ยึดอะโวคาโดเป็นหลักทุกมื้อ

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน