หลังจากใช้งานไปสักระยะ หากยางขอบตู้เย็นเริ่มมีคราบรา ให้ลองทำตามวิธีด้านล่างนี้เพื่อกำจัดคราบออกให้หมดจด
มีหลายสาเหตุที่ทำให้ยางขอบตู้เย็นขึ้นรา อาจเกิดจากเศษอาหารหรือของสดตกค้างบริเวณขอบยาง รวมกับฝุ่นและการไม่ทำความสะอาดเป็นเวลานาน จึงทำให้เชื้อราสะสมและเจริญเติบโต
คุณสามารถทำความสะอาดยางขอบตู้เย็นได้ตามวิธีต่อไปนี้
ทำความสะอาดยางขอบตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู
ผสมน้ำกับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วน 1:5 แล้วเติมน้ำยาทำความสะอาดเล็กน้อย (ใช้อะไรก็ได้ที่มีอยู่ในบ้าน)
นำแปรงสีฟันจุ่มลงในสารละลาย แล้วขัดบริเวณยางขอบตู้เย็นอย่างทั่วถึงเพื่อขจัดคราบสกปรกและเชื้อรา จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกครั้งให้สะอาด
ทำความสะอาดด้วยเบกกิ้งโซดา
ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาวสด เพื่อทำเป็นส่วนผสมสำหรับขจัดคราบและเชื้อราบริเวณยางขอบตู้เย็น
ห่อผ้ารอบบัตรแข็งใบเล็ก ๆ จะช่วยให้เช็ดตามร่องยางได้ง่ายขึ้น จุ่มผ้าลงในส่วนผสมแล้วเช็ดให้ทั่ว จากนั้นใช้ผ้านุ่มเช็ดซ้ำอีกครั้ง
ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์
คุณสามารถใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดยางขอบตู้เย็นได้ เพราะมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อและดับกลิ่นได้ดี
เพียงใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์แล้วเช็ดให้ทั่ว โดยเน้นบริเวณที่มีคราบและเชื้อรา จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดซ้ำอีกครั้งเพื่อลดกลิ่นแอลกอฮอล์
ใช้น้ำยากำจัดเชื้อราโดยเฉพาะ
สำหรับคราบราที่สะสมมานานและกำจัดยาก คุณสามารถเลือกใช้น้ำยากำจัดเชื้อราเฉพาะทาง โดยทำตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพดีในการกำจัดคราบราบนวัสดุยาง เช่น ยางขอบตู้เย็น
ข้อควรระวัง
ก่อนทำความสะอาด ควรถอดปลั๊กตู้เย็นและนำอาหารออกมาเพื่อความสะดวก อาหารที่ต้องแช่เย็นควรเตรียมกล่องเก็บความเย็นใส่น้ำแข็งไว้ล่วงหน้า แล้วนำอาหารใส่กล่องปิดฝาให้สนิท เพื่อรักษาความสดระหว่างทำความสะอาด
เคล็ดลับดูแลตู้เย็นให้สะอาดและหอมสดชื่น
ทำความสะอาดสม่ำเสมอ
เศษอาหารที่หกเลอะในช่องแช่อาจทำให้เกิดกลิ่นและความสกปรก ควรเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อให้ตู้เย็นสะอาดอยู่เสมอ
ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม
ปรับอุณหภูมิตามปริมาณอาหาร หากมีอาหารมากควรลดอุณหภูมิให้ต่ำลงเพื่อการเก็บรักษาที่ดี เมื่อมีอาหารน้อยหรือไม่ต้องแช่นาน สามารถเพิ่มอุณหภูมิเพื่อประหยัดไฟได้
ทิ้งอาหารที่เก็บไว้นานเกินไป
พยายามใช้วัตถุดิบให้หมด ไม่ควรเก็บไว้นานจนแห้ง เสีย หรือขึ้นรา เพราะจะทำให้ตู้เย็นมีกลิ่นและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
จัดระเบียบและแยกประเภทอาหาร
ควรแยกอาหารสดกับอาหารปรุงสุกออกจากกัน ไม่ควรวางปะปนกัน การจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบช่วยให้หยิบใช้ง่าย ทราบว่าในตู้มีอะไรบ้าง และลดความเสี่ยงการปนเปื้อนข้ามประเภทอาหาร