เคล็ดลับจัดการผนังบ้านขึ้นรา สีลอก หลุดร่อน ทำง่ายมาก ไม่เสียเงิน บ้านไหนก็ทำได้

วิธีแก้ผนังบ้านเป็นรา สีลอกร่อน ทำเองได้ ประหยัดงบ ไม่ต้องง้อช่าง
ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

ปัญหาผนังบ้านที่มีคราบดำจากเชื้อรา หรือสีทาบ้านที่เริ่มโป่งพองและหลุดล่อนออกมาเป็นแผ่นๆ ไม่เพียงแต่ทำให้บ้านดูไม่สวยงามและเก่ากว่าความเป็นจริงเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หลายคนกังวลว่าการซ่อมแซมจะต้องใช้เงินจำนวนมากหรือต้องจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณสามารถจัดการปัญหานี้ได้ด้วยตัวเองด้วยวิธีที่ง่ายและประหยัด
Tường nhà bị bong tróc nguyên nhân và cách sử lý

สาเหตุหลักที่ทำให้ผนังบ้านมีปัญหา

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ไข เรามาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมผนังถึงมีสภาพอย่างที่เห็นในภาพ:

  1. ความชื้นสะสม: เป็นตัวการอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความชื้นจากน้ำฝนที่ซึมผ่านรอยแตกร้าวภายนอก หรือความชื้นจากห้องน้ำและท่อน้ำที่รั่วซึม
    Image preview

  2. การเสื่อมสภาพของสีเก่า: สีที่ใช้งานมานานหลายปีจะหมดสภาพการยึดเกาะ ทำให้หลุดล่อนได้ง่าย

  3. สภาพอากาศ: แสงแดดจัดและฝนที่ตกชุกสลับกัน ทำให้ผนังเกิดการยืดตัวและหดตัวจนสีแตกตัว

  4. การระบายอากาศที่ไม่ดี: ทำให้เกิดความอับชื้นจนกลายเป็นที่สะสมของเชื้อรา

ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์ (เน้นของที่มีในบ้าน)

คุณไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องมือราคาแพง เพียงเตรียมสิ่งเหล่านี้:

  • เกรียงเหล็กหรืออุปกรณ์ขูดแซะ (หากไม่มีสามารถใช้ไม้บรรทัดเหล็กเก่าได้)

  • แปรงพลาสติกหรือแปรงขัดพื้น

  • น้ำสะอาดและผงซักฟอก

  • น้ำส้มสายชูหรือน้ำยาซักผ้าขาว (เพื่อฆ่าเชื้อรา)

  • กระดาษทราย (ถ้ามีจะช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น)

วิธีแก้ไขผนังขึ้นราและสีลอกแบบทีละขั้นตอน

1. การกำจัดสีเก่าที่หลุดล่อน

เริ่มจากการใช้เกรียงขูดแซะบริเวณที่สีโป่งพองหรือหลุดล่อนออกให้หมด ข้อสำคัญคือต้องขูดออกจนถึงชั้นปูนที่แข็งแรง หากขูดไม่หมด สีใหม่ที่ทาทับลงไปจะหลุดล่อนออกมาอีกในเวลาอันสวดเร็ว

2. การฆ่าเชื้อราและทำความสะอาด

เมื่อขูดสีออกแล้ว จะเห็นคราบเชื้อราฝังลึก ให้ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากัน หรือใช้น้ำยาซักผ้าขาวผสมน้ำ ขัดลงบนบริเวณที่มีคราบดำให้สะอาด ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาทีเพื่อให้สารทำปฏิกิริยาฆ่าเชื้อไปถึงรากของรา จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. การทำให้ผนังแห้งสนิท

ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด หลังจากทำความสะอาดแล้ว ต้องปล่อยให้ผนังแห้งสนิทอย่างน้อย 1-2 วัน หากผนังยังมีความชื้นอยู่ภายใน แล้วเราทาสีทับลงไป ความชื้นจะดันให้สีหลุดออกมาอีกครั้ง ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

4. การซ่อมแซมผิวผนัง (ถ้าจำเป็น)

หากพบรอยแตกร้าวขนาดเล็ก สามารถใช้ปูนฉาบสำเร็จรูปหรือวัสดุอุดโป๊วที่มีขายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปมาปิดรอย เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าสู่ผนังในอนาคต

5. การทาสีรองพื้นและสีจริง

หากมีงบประมาณเพียงเล็กน้อย แนะนำให้ซื้อ "น้ำยารองพื้นปูนเก่า" มาทา 1 รอบ เพื่อช่วยให้สีใหม่ยึดเกาะได้แน่นขึ้น จากนั้นจึงทาสีน้ำพลาสติกสำหรับภายในทับอีก 2 รอบ เพียงเท่านี้ผนังบ้านของคุณก็จะกลับมาสวยเหมือนใหม่

ข้อแนะนำเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาอีก

  • ตรวจสอบรอยรั่วซึม: หากปัญหาเกิดจากท่อน้ำรั่ว ต้องซ่อมท่อก่อน ไม่เช่นนั้นผนังจะกลับมาเสียอีก

  • เพิ่มการระบายอากาศ: พยายามเปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องถึงและลมพัดผ่าน เพื่อลดความอับชื้น

  • เลือกใช้สีที่มีคุณภาพ: หากต้องซื้อสีใหม่ ควรเลือกสูตรที่มีสารยับยั้งเชื้อราและตะไคร่น้ำ

การดูแลบ้านด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เข้าใจสาเหตุและแก้ไขให้ถูกจุด คุณก็จะได้บ้านที่สะอาด ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน