เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นกับชายวัย 35 ปี ที่กำลังเข้ารับการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด หลังผ่านการทำคีโมมาแล้ว 5 ครั้ง เขาเริ่มมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย ครอบครัวคิดว่าเป็นเพียงอาการหวัดธรรมดา แต่ไม่กี่วันต่อมา อาการกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด
แพทย์เผยว่า สาเหตุสำคัญไม่ใช่ตัวมะเร็งโดยตรง แต่เกิดจาก “ภูมิคุ้มกันที่ลดต่ำอย่างมาก” จากผลของเคมีบำบัด ทำให้ร่างกายไม่สามารถต้านเชื้อโรคที่คนปกติรับมือได้
จากการตรวจสอบ พบว่าก่อนมีอาการ เขาได้รับประทานอาหารบางอย่างที่เก็บไว้ในตู้เย็น ซึ่งมีการปนเปื้อนเชื้อราและแบคทีเรีย แม้คนทั่วไปกินแล้วอาจไม่เป็นอะไร แต่สำหรับผู้ป่วยที่ภูมิตก ถือว่าอันตรายถึงชีวิต
แพทย์เตือนเร่งด่วน: ทิ้งของ 2 อย่างในตู้เย็น
-
อาหารค้างคืนหรือเก็บไว้นานเกิน 2-3 วัน
อาหารที่ปรุงสุกแล้ว แม้แช่ตู้เย็น ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย โดยเฉพาะหากอุณหภูมิไม่คงที่ หรือมีการเปิดปิดตู้เย็นบ่อย ๆ
ผู้ที่ทำคีโมควรกินอาหารปรุงสดใหม่ และอุ่นให้ร้อนทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง
-
อาหารที่มีเชื้อราขึ้น แม้เพียงเล็กน้อย
หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ตัดส่วนที่ขึ้นราออกก็พอ แต่ความจริงแล้ว สปอร์ของเชื้อราอาจกระจายไปทั่วอาหารแล้วโดยมองไม่เห็น
ในภาพตัวอย่างที่แพทย์นำมาเตือน พบอาหารในกล่องที่มีเชื้อราขึ้นชัดเจน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคอันตรายอย่างมากสำหรับผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ทำไมผู้ป่วยคีโมถึงเสี่ยงสูง?

เคมีบำบัดมีผลทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ไม่เพียงแต่เซลล์มะเร็ง แต่รวมถึงเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการต่อสู้เชื้อโรค
เมื่อเม็ดเลือดขาวลดลง การติดเชื้อเล็กน้อยอาจลุกลามเป็นภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ได้อย่างรวดเร็ว
อาการเริ่มต้นอาจมีเพียง
-
เจ็บคอ
-
ไข้ต่ำ ๆ
-
อ่อนเพลีย
แต่สามารถทรุดหนักภายในเวลาอันสั้น
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว
-
รับประทานอาหารปรุงสดใหม่
-
หลีกเลี่ยงอาหารดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
-
ตรวจสอบตู้เย็นสม่ำเสมอ
-
หากมีไข้เกิน 38 องศา ควรรีบพบแพทย์ทันที
กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า “เรื่องเล็กในสายตาคนทั่วไป อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ”