ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบทุกบ้านต้องมี และมักเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง แต่หลายคนอาจเคยพบปัญหา “น้ำแข็งเกาะหนา” ภายในช่องแช่แข็ง ซึ่งนอกจากจะทำให้พื้นที่เก็บอาหารลดลงแล้ว ยังทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแนะนำว่า หากตู้เย็นมีน้ำแข็งเกาะหนามาก ควรรีบจัดการ เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลง และอาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานสั้นลงได้
ข่าวดีคือ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ โดยใช้วิธีที่ใช้เวลาเพียงประมาณ 15 นาที ก็สามารถช่วยละลายน้ำแข็งที่เกาะหนาได้อย่างรวดเร็ว
ทำไมน้ำแข็งจึงเกาะในตู้เย็น?

ก่อนจะรู้วิธีแก้ไข ควรเข้าใจก่อนว่าน้ำแข็งในตู้เย็นเกิดจากอะไร โดยทั่วไปแล้ว สาเหตุหลักมักมาจากไอน้ำในอากาศที่เข้าไปภายในตู้เย็น เมื่อไอน้ำสัมผัสกับอุณหภูมิที่ต่ำมาก ก็จะกลายเป็นน้ำแข็งและค่อยๆ สะสมจนหนาขึ้นเรื่อยๆ
พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันก็สามารถทำให้เกิดน้ำแข็งได้ง่ายขึ้น เช่น
-
เปิดประตูตู้เย็นบ่อยเกินไป
-
ปิดประตูตู้เย็นไม่สนิท
-
ใส่อาหารที่ยังร้อนเข้าไปในตู้เย็นทันที
-
ยางขอบประตูตู้เย็นเสื่อมสภาพ
เมื่อเวลาผ่านไป น้ำแข็งจะสะสมจนหนา ทำให้พื้นที่ภายในช่องแช่แข็งลดลง และตู้เย็นต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิ
วิธีละลายน้ำแข็งในตู้เย็นแบบง่ายๆ
หากพบว่าน้ำแข็งเกาะหนาภายในตู้เย็น สามารถใช้วิธีง่ายๆ ดังนี้
1. ถอดปลั๊กตู้เย็นก่อน
เพื่อความปลอดภัย ควรถอดปลั๊กตู้เย็นก่อนเริ่มทำความสะอาด และนำอาหารออกจากช่องแช่แข็งชั่วคราว
2. วางชามน้ำร้อนในช่องแช่แข็ง
นำชามหรือหม้อใส่น้ำร้อนวางไว้ในช่องแช่แข็ง แล้วปิดประตูทิ้งไว้ประมาณ 10–15 นาที ไอน้ำจากน้ำร้อนจะช่วยเร่งให้ชั้นน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น
3. เช็ดทำความสะอาดภายในตู้เย็น
เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลายแล้ว สามารถใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบน้ำแข็งและน้ำที่ละลายออก เพื่อให้ภายในตู้เย็นสะอาดและแห้ง
วิธีนี้ช่วยลดเวลาในการละลายน้ำแข็งได้มาก เมื่อเทียบกับการปล่อยให้ละลายเองตามธรรมชาติ
ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงหรือ?
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เมื่อมีน้ำแข็งสะสมมาก ตู้เย็นจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ส่งผลให้ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น
หากกำจัดน้ำแข็งที่เกาะหนาออกอย่างสม่ำเสมอ ตู้เย็นจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอาจช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ในระดับหนึ่ง บางกรณีอาจช่วยประหยัดค่าไฟได้อย่างเห็นได้ชัด
วิธีป้องกันไม่ให้น้ำแข็งเกาะอีก
นอกจากการละลายน้ำแข็งแล้ว การป้องกันก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำอีก ได้แก่
-
อย่าเปิดประตูตู้เย็นทิ้งไว้นาน
-
ตรวจสอบยางขอบประตูตู้เย็นเป็นประจำ
-
อย่าใส่อาหารร้อนเข้าไปในตู้เย็นทันที
-
จัดระเบียบอาหารไม่ให้บังช่องระบายอากาศ
การดูแลตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตู้เย็น และทำให้บ้านประหยัดพลังงานมากขึ้นอีกด้วย