เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบตู้เซฟขนาดใหญ่ของ น.ส.พรรณราย หรือ มดออย อายุ 33 ปี อินฟลูเอนเซอร์ดัง ที่ถูกคนร้ายขโมยไปจากห้องพักในคอนโดมิเนียมชื่อดังกลางเมืองโคราช แล้วนำไปซ่อนไว้ในบ้านพัก ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

หลังจากก่อนหน้านี้ ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ 2 ราย ประกอบด้วย
นายปัญญา หรือ เบิร์ด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ช่างเทคนิคดูแลระบบของคอนโดที่เกิดเหตุ
นายพิสณฑ์ หรือ บาส (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายปัญญา ผู้ร่วมกันลงมือก่อเหตุ

แฉนาทีขนตู้เซฟ มดออย ออกจากคอนโดดังโคราช เผยช่วงเวลาก่อเหตุ เปิดปากสารภาพเอากุญแจมาจากไหน เล่านาทีเจาะตู้เซฟ 2 ชั่วโมง เคยโจรกรรมห้องนี้มาแล้วด้วย
จากการสอบสวนทราบว่า นายปัญญาซึ่งทำงานเป็นช่างเทคนิคในคอนโดที่เกิดเหตุ เห็นความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายผ่านทางโลกโซเชียล จึงวางแผนร่วมกับเพื่อนคือ นายพิสณฑ์ลงมือก่อเหตุ โดยนายปัญญาใช้ความที่ตนเองเป็นช่างเทคนิคในคอนโด ลงมือตัดระบบกล้องวงจรปิดในวันที่ 8 มี.ค.2569 ระหว่างช่วงเวลา 19.00-22.00 น.

แล้วใช้กุญแจสำรองห้องพักที่แอบขโมยมาจากทางคอนโด ไขเข้าไปขโมยตู้เซฟในห้องของผู้เสียหาย โดยได้เข็นตู้เซฟลงมาจากคอนโด แล้วนำไปขึ้นรถกระบะที่เตรียมไว้ ก่อนนำตู้เซฟมาซ่อนไว้ในบ้านพักภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านของคนรู้จักกับผู้ต้องหา แต่ไม่มีใครอยู่อาศัย เพื่อทำการเจาะตู้เซฟดังกล่าวจากนั้น ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา ก่อนจะถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ โดย นายเบิร์ด หัวหน้าแก๊ง รับสารภาพว่า เคยก่อเหตุเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินในห้องของอินฟูฯ มดออยมาแล้ว 1 ครั้ง
โดยออกอุบายนำกุญแจสำรองของคอนโดมาเปิดโดยได้เงินสดไปจำนวนหนึ่ง และเห็นตู้เซฟขนาดใหญ่ จึงวางแผนกับเพื่อนนำรถกระบะมาโจรกรรมอีกครั้ง โดยก่อนลงมือได้ปิดระบบกล้องวงจรปิดทั้งหมดของคอนโด และถอดกล้องวงจรปิดในลิฟต์ออกด้วยด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุ ได้สั่งการ พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง ผกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา หัวหน้าชุด นำกำลังสืบสวนสอบสวน แกะรอยติดตาม จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวคนร้าย

จากการสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่า ได้พบเห็นว่ามดออยมีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในห้องพัก โดยทราบข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์ จึงมีความประสงค์ต่อทรัพย์ จากนั้น ได้วางแผนอาศัยความเป็นช่างในอาคาร รู้ช่องทางเข้าออกห้องพักเป็นอย่างดี จึงสบโอกาสลงมือก่อเหตุ

ขณะนี้ตู้เซฟยังไม่สามารถเปิดออกได้ ต้องประสานผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการเปิด เพื่อตรวจสอบว่า ทรัพย์สินภายในยังอยู่ครบหรือไม่ เบื้องต้นมีผู้กระทำผิด 2 ราย แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถาน”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำเพื่อหาผู้ร่วมกระทำผิดในกระบวนการครั้งนี้เพิ่มเติม และติดตามทรัพย์สินที่ถูกนำออกไป กลับคืนมาให้ได้มากที่สุด ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
