ข่าว 20/04/2026 15:17

เด็กชายวัย 3 ขวบร้องไห้ไม่หยุดที่โรงเรียน เรียกร้องอยากกลับบ้าน ครูจึงแจ้งตำรวจทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง เด็กชายยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นและพูดซ้ำๆ ว่า "ผมอยากกลับบ้าน"

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง เด็กชายยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นและพูดซ้ำๆ ว่า "ผมอยากกลับบ้าน"

Bé trai 3 tuổi đi học liên tục khóc đòi về, cô giáo lập tức báo công an

เหตุการณ์แปลกประหลาดและตลกขบขันเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ใน   เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู (ประเทศจีน)  ตามรายงานของโรงเรียน เช้าวันนั้น   ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง  พาเด็กชายตัวเล็กมาโรงเรียน แต่เมื่อครูถามข้อมูลผู้ปกครอง เด็กกลับร้องไห้และไม่สามารถบอกชื่อหรือที่อยู่ของผู้ปกครองได้ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อครอบครัวได้ โรงเรียนจึงแจ้งตำรวจทันที เพราะสงสัยว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง เด็กชายยังคง ร้องไห้สะอึกสะอื้นและพูดซ้ำๆ ว่า "ผมอยากกลับบ้าน " จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาเขาไปที่สถานีตำรวจเพื่อปลอบโยนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้น

จากการตรวจสอบ ตำรวจระบุตัวบุคคลที่พาเด็กไปโรงเรียนได้อย่างรวดเร็วว่าเป็น นายแทม ซึ่งเป็นลุงของเด็กทางฝั่งแม่ เมื่อถูกเรียกตัวไปที่สถานีตำรวจ นายแทมทั้งโล่งใจและอับอาย อธิบายว่า "เช้านี้ พ่อแม่ของเด็กยุ่งอยู่ จึงขอให้ผมพาเด็กไปโรงเรียน เด็กเรียนอยู่ชั้นอนุบาล พอไปถึงเด็กก็ร้องไห้เสียงดัง ผมคิดว่าเด็กกลัวไปโรงเรียน จึงปลอบโยนเด็กสองสามครั้งก่อนจะรีบไปทำงาน ผมไม่รู้เลยว่า... ผมพาเด็กไปผิดโรงเรียน"

เด็กชายวัย 3 ขวบร้องไห้ไม่หยุดและอยากกลับบ้านหลังจากไปโรงเรียน ครูจึงแจ้งตำรวจทันที - ภาพที่ 1

ปรากฏว่า นายธัมด้วยความรีบร้อนและลืมเลือน ได้เลือกโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งที่มีชื่อคล้ายกับโรงเรียนที่หลานของเขาเรียนอยู่ ทำให้เกิดความสับสนทั้งในหมู่ครูและตำรวจ

โชคดีที่หลังจากตรวจสอบเหตุการณ์แล้ว ตำรวจได้ติดต่อผู้ปกครองของเด็กและพาเด็กกลับบ้านอย่างปลอดภัย โรงเรียนยังระบุด้วยว่าจะ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลผู้ปกครองเมื่อมารับเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด "เหตุการณ์ตลกแต่เป็นอันตราย" เช่นนี้ขึ้นอีก

ส่วนลุงของผม หลังจากเหตุการณ์นั้น เขาก็ได้แต่หัวเราะแล้วพูดว่า "คราวหน้าผมจะตรวจสอบชื่อโรงเรียนให้ดีกว่านี้ ผมจะไม่ประมาทอีกแล้ว!"

การหลงลืมคืออะไร?

อาการหลงลืมเป็นภาวะที่บุคคลมักลืมเหตุการณ์ รายละเอียด หรือภารกิจที่ต้องทำ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเพิ่งเกิดขึ้นหรือเพิ่งถูกกล่าวถึงไปก็ตาม เป็นความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับความจำ สมาธิ และความสามารถในการประมวลผลข้อมูล อาการหลงลืมไม่ได้เป็นโรคเสมอไป แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งและส่งผลกระทบต่อการทำงานและชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น การสูญเสียความจำ ภาวะซึมเศร้า หรือแม้แต่ระยะเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์)

ใครบ้างที่มักขี้ลืม?

ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เนื่องจากกระบวนการชราภาพทำให้เซลล์ประสาทเสื่อมลงทีละน้อย นอกจากนี้ ผู้ที่ทำงานที่ต้องใช้ความคิดอย่างหนัก ผู้ที่ประสบกับความเครียดเป็นเวลานาน การนอนหลับไม่เพียงพอ สตรีหลังคลอด ผู้ที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี (ขาดวิตามินบี 12 โอเมก้า 3 ธาตุเหล็ก ฯลฯ) หรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ หรือยาคลายเครียดเป็นประจำ ก็มีแนวโน้มที่จะหลงลืมได้ง่ายกว่าเช่นกัน

วิธีป้องกันการหลงลืม

เพื่อปกป้องความจำและลดอาการหลงลืม ควรดูแลสุขภาพและมีพฤติกรรมที่ดี นอนหลับให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการนอนดึกเพื่อให้สมองได้พักผ่อนและฟื้นตัว การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมอง รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยผักใบเขียว ปลาที่มีไขมันสูง ไข่ นม ถั่ว และอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินบี นอกจากนี้ ควรฝึกฝนทักษะความจำทุกวัน เช่น การอ่าน การจดบันทึก การเรียนภาษาต่างประเทศ หรือการเล่นเกมฝึกสมอง การรักษาสภาพจิตใจให้ผ่อนคลายและหลีกเลี่ยงความเครียดเป็นเวลานานก็เป็นกุญแจสำคัญในการทำให้สมองเฉียบคมและป้องกันอาการหลงลืมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความในหมวดเดียวกัน

บทความใหม่

ปล.าบำ.รุงกำลัง กินง่ายเนื้อหวาน ก้างนิ่มกินได้ทั้งตัว ได้ชื่อ "โส.มแ.ห่งสาย.น้ำ"

ปล.าบำ.รุงกำลัง กินง่ายเนื้อหวาน ก้างนิ่มกินได้ทั้งตัว ได้ชื่อ "โส.มแ.ห่งสาย.น้ำ"

ปล.าบำ.รุงกำลัง กินง่ายเนื้อหวาน ก้างนิ่มจนกินทั้งตัวได้ ได้ชื่อ "โส.มแ.ห่งสาย.น้ำ" แห่งลุ่มน

สุขภาพ 20/04/2026 21:20