ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรคไตวายกลายเป็นโรคที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงในระยะยาว เมื่อคนใกล้ตัวป่วย เราก็ยิ่งไม่อาจมองข้ามได้
นพ. ดือง มินห์ ตวน (แผนกต่อมไร้ท่อและเบาหวาน โรงพยาบาลบั๊กไม) เผยว่า ทางโรงพยาบาลเพิ่งรับผู้ป่วยรายหนึ่งที่กังวลเรื่องไตวายในลักษณะคล้ายกัน
ผู้ป่วยชายรายนี้ หลังจากดื่มสังสรรค์อย่างหนักและรับประทานอาหารจำพวกเนื้อจำนวนมาก เมื่อกลับบ้านพบว่าปัสสาวะมีฟองมาก ทำให้ทั้งครอบครัวกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณของไตวาย จึงพาไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม ผลตรวจพบว่าสุขภาพยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
เกี่ยวกับประเด็นนี้ นพ. ดือง มินห์ ตวน อธิบายว่า:
ปัสสาวะที่มีฟอง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุทั่วไป เช่น แรงปัสสาวะที่พุ่งแรง การกลั้นปัสสาวะนาน การดื่มน้ำน้อยทำให้ปัสสาวะเข้มข้น หรือมีสารทำความสะอาดตกค้างในโถสุขภัณฑ์ ซึ่งในกรณีเหล่านี้ ฟองมักเกิดขึ้นชั่วคราวและหายไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม หากปัสสาวะมีฟองบ่อย ฟองหนาและคงอยู่นาน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น หนังตาบวมตอนเช้า เท้าบวม ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มีเลือดปนในปัสสาวะ หรืออ่อนเพลียมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม โดยแพทย์อาจแนะนำการตรวจพื้นฐาน เช่น
- ตรวจปัสสาวะทั่วไป เพื่อดูว่ามีโปรตีน เม็ดเลือดแดง หรือความผิดปกติอื่นหรือไม่
- ตรวจอัตราส่วนอัลบูมินต่อครีเอตินินในปัสสาวะ (ACR) เพื่อตรวจหาความผิดปกติของไตระยะเริ่มต้น
- ตรวจครีเอตินินในเลือดและค่า eGFR เพื่อประเมินการทำงานของไต
- วัดความดันโลหิต และตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หากมีปัจจัยเสี่ยง
โดยปกติ ไตมีหน้าที่กรองเลือดและเก็บสารสำคัญ เช่น อัลบูมินหรือโปรตีนไว้ในร่างกาย หากโครงสร้างการกรองของไตเสียหาย โปรตีนอาจรั่วออกมาในปัสสาวะ ซึ่งโปรตีนนี้สามารถทำให้ปัสสาวะเกิดฟองได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นว่านี่เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าทุกกรณีที่มีโปรตีนในปัสสาวะจะทำให้เกิดฟอง และในทางกลับกัน การมีฟองในปัสสาวะก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีโปรตีนเสมอไป จึงไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์วินิจฉัยได้อย่างแน่ชัด
นอกจากนี้ โปรตีนในปัสสาวะอาจเพิ่มขึ้นชั่วคราวหลังมีไข้ ภาวะขาดน้ำ การออกกำลังกายหนัก หรือการติดเชื้อ และในคนหนุ่มสาวอาจพบภาวะโปรตีนในปัสสาวะตามท่าทางได้ ดังนั้น หากผลตรวจผิดปกติแต่ยังไม่มีอาการชัดเจน แพทย์มักนัดตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลอีกครั้ง