คำเตือน: ถ้าคุณชอบนอนตะแคงขวาเป็นประจำ...

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

หลายคนมีท่านอนประจำที่ทำจนเคยชิน บางคนชอบนอนหงาย บางคนชอบนอนคว่ำ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ “ชอบนอนตะแคงขวา” เพราะรู้สึกสบายตัวและหลับง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่า การนอนตะแคงขวาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหลังอิ่ม อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและเพิ่มโอกาสเกิดกรดไหลย้อนได้มากกว่าที่คิด
Khi ngủ chúng ta nên nằm nghiêng bên trái hay phải thì tốt hơn? 2 tư thế  thực chất có sự khác biệt lớn ảnh hưởng không nhỏ tới sức khỏe

จากภาพจำลองทางการแพทย์ พบว่า เมื่อเรานอนตะแคงขวา ตำแหน่งของกระเพาะอาหารจะอยู่สูงกว่าหลอดอาหารบางส่วน ทำให้น้ำย่อยและกรดในกระเพาะมีโอกาสไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น

Thực hư việc nằm nghiêng bên trái khi ngủ gây ép tim?
นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลายคนมีอาการ

  • แสบร้อนกลางอก
  • เรอเปรี้ยว
  • จุกแน่นหน้าอก
  • ขมคอเวลานอน
  • ไอเรื้อรังตอนกลางคืน
  • ตื่นกลางดึกเพราะแน่นท้องหรือหายใจไม่สะดวก

โดยเฉพาะคนที่ชอบกินดึก แล้วนอนทันที ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมามากกว่าเดิม

ในทางกลับกัน แพทย์มักแนะนำให้ “นอนตะแคงซ้าย” สำหรับผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อน เพราะท่านี้จะช่วยให้กระเพาะอาหารอยู่ต่ำกว่าหลอดอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้ยากกว่า

นอกจากนี้ การนอนตะแคงซ้ายยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง เช่น

  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
  • ลดอาการท้องอืด แน่นท้อง
  • ช่วยให้ลำไส้ขับของเสียได้ง่ายขึ้น
  • ลดแรงกดทับต่อหัวใจในบางกรณี
  • ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์


อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการนอนตะแคงขวาจะอันตรายสำหรับทุกคน เพราะบางคนอาจไม่มีอาการผิดปกติเลย แต่หากคุณมีอาการกรดไหลย้อนเป็นประจำ รู้สึกแสบหน้าอกหลังนอน หรือมักเรอเปรี้ยวตอนกลางคืน การเปลี่ยนท่านอนอาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้

แพทย์ยังแนะนำเพิ่มเติมว่า ควรหลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร โดยควรเว้นอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงอาหารมัน ของทอด ชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพื่อช่วยลดกรดไหลย้อนและทำให้นอนหลับสบายขึ้น

เพราะบางครั้ง “ท่านอน” ที่เราคิดว่าแค่สบาย อาจส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน