หลายคนมีท่านอนประจำที่ทำจนเคยชิน บางคนชอบนอนหงาย บางคนชอบนอนคว่ำ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ “ชอบนอนตะแคงขวา” เพราะรู้สึกสบายตัวและหลับง่ายกว่า
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่า การนอนตะแคงขวาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหลังอิ่ม อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและเพิ่มโอกาสเกิดกรดไหลย้อนได้มากกว่าที่คิด
จากภาพจำลองทางการแพทย์ พบว่า เมื่อเรานอนตะแคงขวา ตำแหน่งของกระเพาะอาหารจะอยู่สูงกว่าหลอดอาหารบางส่วน ทำให้น้ำย่อยและกรดในกระเพาะมีโอกาสไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น

นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลายคนมีอาการ
- แสบร้อนกลางอก
- เรอเปรี้ยว
- จุกแน่นหน้าอก
- ขมคอเวลานอน
- ไอเรื้อรังตอนกลางคืน
- ตื่นกลางดึกเพราะแน่นท้องหรือหายใจไม่สะดวก
โดยเฉพาะคนที่ชอบกินดึก แล้วนอนทันที ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมามากกว่าเดิม
ในทางกลับกัน แพทย์มักแนะนำให้ “นอนตะแคงซ้าย” สำหรับผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อน เพราะท่านี้จะช่วยให้กระเพาะอาหารอยู่ต่ำกว่าหลอดอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้ยากกว่า
นอกจากนี้ การนอนตะแคงซ้ายยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง เช่น
- ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
- ลดอาการท้องอืด แน่นท้อง
- ช่วยให้ลำไส้ขับของเสียได้ง่ายขึ้น
- ลดแรงกดทับต่อหัวใจในบางกรณี
- ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการนอนตะแคงขวาจะอันตรายสำหรับทุกคน เพราะบางคนอาจไม่มีอาการผิดปกติเลย แต่หากคุณมีอาการกรดไหลย้อนเป็นประจำ รู้สึกแสบหน้าอกหลังนอน หรือมักเรอเปรี้ยวตอนกลางคืน การเปลี่ยนท่านอนอาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้
แพทย์ยังแนะนำเพิ่มเติมว่า ควรหลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร โดยควรเว้นอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงอาหารมัน ของทอด ชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพื่อช่วยลดกรดไหลย้อนและทำให้นอนหลับสบายขึ้น
เพราะบางครั้ง “ท่านอน” ที่เราคิดว่าแค่สบาย อาจส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด