แพทย์ย้ำว่า มะเร็งระยะเริ่มต้นหลายชนิดอาจไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใด ๆ จึงไม่ควรรอจนมีอาการรุนแรงแล้วค่อยไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม สัญญาณต่อไปนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะอาจเกิดจากโรคอื่นที่พบได้บ่อยเช่นกัน แต่หากเป็นต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย
1. มีเลือดปนในปัสสาวะ
ปัสสาวะสีแดง ชมพู หรือน้ำตาลผิดปกติ อาจเกิดจากการติดเชื้อ นิ่ว หรือโรคของระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงมะเร็งบางชนิดได้
2. มีเลือดปนในอุจจาระ
เลือดสดหรืออุจจาระสีดำคล้ายยางมะตอย ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ โดยเฉพาะหากเกิดซ้ำ
3. ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
หากต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือมีอาการปัสสาวะขัด ควรหาสาเหตุที่แท้จริง
4. ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง
การเปลี่ยนแปลงของการขับถ่ายที่ต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ ควรได้รับการตรวจ
5. ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ
อาจเกี่ยวข้องกับโรคไตหรือภาวะอื่น ๆ แม้ไม่จำเพาะต่อมะเร็ง
6. น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
หากสังเกตว่าน้ำหนักลดลงมากทั้งที่ไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพิ่ม ควรปรึกษาแพทย์
7. อ่อนเพลียผิดปกติเป็นเวลานาน
ความเหนื่อยล้าเรื้อรังที่พักผ่อนแล้วไม่ดีขึ้น อาจเป็นสัญญาณของหลายโรคที่ควรได้รับการตรวจ
8. มีก้อนหรือความผิดปกติที่สังเกตพบระหว่างอาบน้ำ
การคลำพบก้อนใหม่บริเวณเต้านม คอ รักแร้ หรืออวัยวะอื่น ๆ ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์
สิ่งสำคัญที่ควรรู้
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ไม่มีอาการใดอาการหนึ่งที่สามารถยืนยันการเป็นมะเร็งได้ด้วยตัวเอง
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคที่ไม่ร้ายแรง เช่น ริดสีดวงทวาร การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่ว โรคลำไส้อักเสบ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย
เมื่อไรควรพบแพทย์?
ควรเข้ารับการตรวจหาก:
- อาการเป็นต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์
- มีเลือดออกผิดปกติ
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีก้อนใหม่ที่โตขึ้น
- มีอาการร่วมหลายอย่างพร้อมกัน
ท้ายที่สุดแล้ว มะเร็งระยะต้นมักไม่ส่งสัญญาณชัดเจน การตรวจสุขภาพตามวัยและการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่การวินิจฉัยจากพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว.