มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง และสาเหตุสำคัญเกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV ชนิดก่อมะเร็งที่คงอยู่เป็นเวลานาน โดย HPV เป็นเชื้อที่ติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศ และผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการ ทำให้ไม่รู้ตัวว่าตนเองมีเชื้ออยู่
ดังนั้น พฤติกรรมของทั้งสามีและภรรยาจึงมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยง โดยเฉพาะ 3 พฤติกรรมต่อไปนี้ที่ควรระวัง
1. ไม่ป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์
การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอาจเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ HPV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ แม้ถุงยางอนามัยจะไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ทั้งหมด แต่สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้
สิ่งสำคัญคือ HPV สามารถอยู่โดยไม่มีอาการ ทำให้คนหนึ่งอาจมีเชื้อโดยไม่รู้ตัวและส่งต่อให้คู่นอนได้
2. มีคู่นอนหลายคนหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ
ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV จะเกี่ยวข้องกับการสัมผัสเชื้อผ่านกิจกรรมทางเพศ ดังนั้นการมีคู่นอนหลายคน หรือมีพฤติกรรมทางเพศที่เพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อ ย่อมทำให้โอกาสได้รับ HPV เพิ่มขึ้น
ที่สำคัญ การตรวจไม่พบอาการไม่ได้หมายความว่าไม่มีเชื้อ เพราะการติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองในหลายกรณี แต่หากเชื้อชนิดเสี่ยงสูงคงอยู่เป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกและพัฒนาเป็นมะเร็งได้
3. สูบบุหรี่และไม่สนับสนุนให้ภรรยาตรวจคัดกรอง
การสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV ที่คงอยู่และการพัฒนาของมะเร็งปากมดลูก ขณะที่การปล่อยให้ภรรยาละเลยการตรวจคัดกรองก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งมักไม่แสดงอาการ การตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญ เพราะสามารถค้นหาความผิดปกติของเซลล์ก่อนที่จะพัฒนาเป็นมะเร็ง และนำไปสู่การรักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิง แต่สามีก็มีส่วนช่วยป้องกันได้
การป้องกันมะเร็งปากมดลูกไม่ควรเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว สามารถเริ่มจากการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ลดพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อ HPV สนับสนุนการเลิกบุหรี่ และช่วยให้ภรรยาเข้าถึงการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
นอกจากนี้ วัคซีน HPV เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก และ WHO แนะนำให้ฉีดวัคซีนในเด็กผู้หญิงช่วงอายุ 9–14 ปีเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์
ดังนั้น หากรักและอยากปกป้องคนในครอบครัว อย่ารอให้เกิดปัญหาเสียก่อน เพราะการลดความเสี่ยงจาก HPV และการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม สามารถช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ.