“บ้านหลังนี้เป็นของผมแล้ว แม่จะอยู่ต่อไปทำไม?”
ประโยคสั้นๆ จากปากลูกชาย ทำให้หญิงชราวัย 67 ปีที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับนิ่งไป
เธอมองหน้าลูกชายของตัวเองอยู่นาน ราวกับไม่อยากเชื่อว่านี่คือคนเดียวกับเด็กชายที่เธอเคยอุ้มไว้ในอ้อมแขน
เมื่อหลายสิบปีก่อน เธอเคยทำงานหนักทุกวันเพื่อให้ลูกมีข้าวกิน
เธอเคยขายของตั้งแต่เช้ามืด กลับบ้านในตอนค่ำ และเก็บเงินทีละเล็กทีละน้อยเพื่อสร้างบ้านหลังนี้
บ้านที่เธอคิดว่าจะเป็นที่พักพิงของครอบครัวไปตลอดชีวิต
แต่วันนี้...
บ้านหลังนั้นกลับกลายเป็นสถานที่ที่ลูกชายกำลังบอกให้เธอเดินออกไป
“แม่ก็แก่แล้ว ไปอยู่ที่อื่นเถอะ”
ลูกชายพูดโดยไม่มองหน้าเธอ
หญิงชรากำมือแน่น พยายามกลั้นน้ำตา
เธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดลูกที่เธอเลี้ยงมาด้วยความรักถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้
เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ลูกชายยังพูดกับเธอว่า
“แม่ไม่ต้องห่วงนะ บ้านหลังนี้ผมจะดูแลเอง”
เธอเชื่อคำพูดนั้น
และเพราะเชื่อ...
เธอจึงตัดสินใจโอนบ้านให้ลูกชาย
บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านธรรมดา
มันเป็นบ้านที่เธอใช้เวลาหลายสิบปีสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
หลังจากสามีเสียชีวิต เธอต้องเลี้ยงลูกชายเพียงลำพัง
ในวันที่ลูกยังเล็ก เธอทำทุกอย่างเพื่อให้เขาได้เรียนหนังสือ
เธอเคยรับจ้างทำความสะอาด
เคยขายอาหารตามตลาด
และบางคืนก็ต้องกลับบ้านด้วยเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาท
แต่ทุกครั้งที่ลูกถามว่า
“แม่เหนื่อยไหม?”
เธอก็มักตอบเหมือนเดิม
“ไม่เหนื่อยหรอกลูก”
ทั้งที่ความจริงแล้ว...
เธอเหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว
เมื่อลูกชายโตขึ้น เขาได้งานที่ดีและแต่งงาน
เขาย้ายออกจากบ้านไปอยู่กับภรรยา
ส่วนแม่ยังคงอยู่บ้านหลังเดิม
เธอไม่ได้เรียกร้องเงินจากลูก
ไม่ได้ขอให้ลูกกลับมาดูแลทุกวัน
เพียงหวังว่าในวันที่ตัวเองแก่ลง...
ลูกชายจะยังมองบ้านหลังนี้เป็น “บ้านของแม่” เหมือนเดิม
จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกชายกลับมาพร้อมเอกสารชุดหนึ่ง
“แม่ครับ ผมอยากให้แม่โอนบ้านให้ผม”
หญิงชรามองหน้าเขา
“ทำไมล่ะลูก?”
เขาตอบว่า
“ผมจะได้จัดการเรื่องบ้านให้เรียบร้อย แม่ไม่ต้องกังวล”
เธอเชื่อ
เพราะคนตรงหน้าคือลูกชายของเธอ
เธอจึงเซ็นเอกสารโดยไม่ลังเล
หลังจากโอนบ้านเพียงไม่กี่วัน ท่าทีของลูกชายก็เปลี่ยนไป
เขาเริ่มพูดว่า
“แม่อย่าเอาของมาวางตรงนี้”
“ห้องนี้ผมจะใช้”
“แม่ช่วยประหยัดไฟหน่อย”
หญิงชราเริ่มรู้สึกว่าบ้านที่เธอสร้างมากับมือกำลังไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไป
แต่เธอก็ยังพยายามคิดในแง่ดี
เพราะเธอไม่อยากเชื่อว่าลูกจะทอดทิ้งเธอ
จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกชายกลับมาพร้อมภรรยา
ทั้งคู่ยืนอยู่กลางห้องรับแขก
ลูกชายพูดขึ้นว่า
“แม่ ผมกับภรรยาจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้”
เธอยิ้ม
“ดีสิลูก บ้านนี้ใหญ่พออยู่กันหลายคน”
แต่คำพูดต่อมาทำให้รอยยิ้มของเธอหายไป
“แต่แม่ต้องย้ายออก”
หญิงชรายืนนิ่ง
“แม่ต้องย้ายไปไหน?”
ลูกชายถอนหายใจ
“ที่ไหนก็ได้ครับ ขอแค่ไม่ใช่ที่นี่”
เธอมองเขาอย่างเจ็บปวด
“นี่บ้านของแม่นะลูก...”
เขาตอบทันที
“ไม่ใช่แล้วครับ”
“บ้านหลังนี้เป็นชื่อผมแล้ว”
ประโยคนั้นทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก
เพราะมันเป็นความจริง
เธอเป็นคนเซ็นโอนให้เขาด้วยมือของตัวเอง
คืนนั้น หญิงชราเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเพียงใบเดียว