แต่แล้วพิมพ์ชนกก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา
“ลลิตา…ฉันไม่ได้เข้ามาในชีวิตเขาเพราะต้องการแย่งเขาจากเธอ”
ลลิตามองเธออย่างไม่เข้าใจ
“แล้วเพราะอะไร?”
พิมพ์ชนกมองไปทางธนภัทร
ก่อนพูดว่า
“เพราะเขาเป็นคนที่เข้ามาหาฉันก่อน”
ลลิตาหันไปมองธนภัทรทันที
“จริงเหรอ?”
ธนภัทรยังคงเงียบ
พิมพ์ชนกพูดต่อ
“เขาบอกฉันว่าเขาไม่อยากแต่งงานกับเธอ”
คำพูดนั้นทำให้ลลิตานิ่งไป
เธอหันกลับไปหาเจ้าบ่าว
“ทำไมคุณไม่บอกฉัน?”
ธนภัทรหลับตาลงครู่หนึ่ง
“ผมกลัวว่าคุณจะเสียใจ”
ลลิตาน้ำตาไหล
“แล้ววันนี้ฉันไม่เสียใจเหรอ?”
สิ่งที่เจ็บที่สุดไม่ใช่การเสียเจ้าบ่าว
ลลิตาถอดแหวนออกจากนิ้ว
เธอมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
แหวนวงนี้…
เธอเคยคิดว่าจะอยู่บนนิ้วของเธอไปตลอดชีวิต
แต่วันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการอีกแล้ว
เธอวางแหวนลงบนโต๊ะ
แล้วพูดกับธนภัทร
“ถ้าคุณไม่รักฉันแล้ว คุณควรบอกฉันตั้งแต่แรก”
ธนภัทรพยักหน้า
“ผมขอโทษ”
ลลิตาส่ายหน้า
“คำขอโทษของคุณไม่ได้ทำให้วันนี้กลับมาเหมือนเดิม”
จากนั้นเธอหันไปหาพิมพ์ชนก
“ส่วนเธอ…”
พิมพ์ชนกมองเธอทั้งน้ำตา
ลลิตาพูดเพียงว่า
“ฉันเสียผู้ชายคนหนึ่งไปวันนี้”
เธอหยุด
“แต่สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุด คือฉันเสียเพื่อนที่ฉันไว้ใจที่สุดไปพร้อมกัน”
แต่ก่อนที่ลลิตาจะเดินออกจากงาน
แม่ของลลิตาเดินเข้ามาจับมือเธอ
“กลับบ้านกับแม่นะลูก”
ลลิตาพยักหน้า
เธอเตรียมเดินออกจากห้อง
แต่ก่อนจะถึงประตู…
พิมพ์ชนกเรียกเธอ
“ลลิตา”
ลลิตาหยุด
แต่ไม่ได้หันกลับมา
พิมพ์ชนกพูดด้วยเสียงสั่น
“ฉันรู้ว่าฉันทำผิด”
ลลิตายังคงยืนเงียบ
“ฉันไม่รู้ว่าเธอจะให้อภัยฉันไหม”
ลลิตาหลับตาลง
ก่อนตอบว่า
“ฉันอาจให้อภัยได้ในวันหนึ่ง”
เธอหันกลับไปมองเพื่อนรักเป็นครั้งสุดท้าย
“แต่ฉันคงกลับไปเป็นเพื่อนกับเธอเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว”
จากนั้นลลิตาก็เดินออกจากงาน
โดยไม่หันกลับมาอีก
งานแต่งที่ไม่มีเจ้าสาว
คืนนั้น…
สถานที่จัดงานยังคงเต็มไปด้วยดอกไม้
โต๊ะอาหารยังถูกจัดไว้อย่างสวยงาม
เค้กแต่งงานยังตั้งอยู่บนเวที
แต่เจ้าสาวที่ควรยืนอยู่ตรงนั้น…
กลับเดินออกไปแล้ว
ลลิตากลับถึงบ้านและถอดชุดเจ้าสาวออก
เธอมองตัวเองในกระจก
เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน…
เธอไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องใช้ชีวิตอย่างไร
แต่เธอก็รู้เรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน
เธอไม่จำเป็นต้องวิ่งตามคนที่ไม่เลือกเธอ
และไม่จำเป็นต้องเก็บคนที่ทำร้ายความไว้ใจของเธอเอาไว้ในชีวิต
หลายเดือนผ่านไป
ลลิตาเริ่มต้นชีวิตใหม่
เธอกลับไปทำงาน
ออกไปพบเพื่อน
ดูแลแม่
และเริ่มทำสิ่งที่ตัวเองเคยละเลยเพราะมัวแต่เตรียมงานแต่ง
ส่วนธนภัทรกับพิมพ์ชนก…
ทั้งสองไม่ได้จัดงานแต่งในทันที
เพราะหลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
พิมพ์ชนกเริ่มรู้ว่า…
การได้คนที่ตัวเองต้องการมา ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุข
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น…
ได้ทิ้งบาดแผลไว้กับคนสามคน
หนึ่งปีต่อมา
หนึ่งปีหลังจากงานแต่งที่ล้มเหลว
ลลิตากลับมายังสถานที่เดิมอีกครั้ง
แต่คราวนี้เธอไม่ได้สวมชุดเจ้าสาว
เธอมาในฐานะแขกของงานแต่งอีกคู่หนึ่ง
เธอยืนมองเวทีเดิม
สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล
แม่ของเธอถามว่า
“ยังเจ็บอยู่ไหมลูก?”
ลลิตายิ้ม
“เคยเจ็บค่ะ”
เธอมองดอกไม้บนเวที
“แต่ตอนนี้หนูเข้าใจแล้ว”
“บางครั้งการถูกทิ้งไว้ในวันแต่งงาน…”
“อาจไม่ใช่จุดจบของชีวิต”
เธอหันไปยิ้มให้แม่
“มันอาจเป็นวันที่เราได้รู้ว่าใครควรอยู่ในชีวิตเราจริง ๆ”
และบางที…
การสูญเสียคนที่เราเคยคิดว่าจะอยู่กับเราตลอดชีวิต
อาจเป็นของขวัญที่เจ็บปวดที่สุด
เพราะมันทำให้เราได้กลับมาเห็นคุณค่าของตัวเองอีกครั้ง
วันนั้น ลลิตาเสียเจ้าบ่าวให้กับเพื่อนรัก
แต่หลังจากวันนั้น…
เธอกลับได้ชีวิตของตัวเองคืนมา
และครั้งแรกในรอบหลายปี…
เธอไม่ได้ต้องการให้ใครมาเลือกเธออีกแล้ว
เพราะเธอเรียนรู้ว่า—
คนที่รักเราจริง จะไม่ทำให้เราต้องยืนอยู่กลางงานแต่ง แล้วถามตัวเองว่า “ทำไมถึงไม่เลือกฉัน?”