หว่านถิงอธิบายว่าทองคำเหล่านี้เป็นของที่แม่มอบให้ตั้งแต่วันแต่งงาน และเธอไม่ได้เก็บใบเสร็จเอาไว้
แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เธอตกใจ เพราะผู้จัดการร้านแจ้งว่า หากไม่มีเอกสารดังกล่าว ทางร้านจะไม่รับซื้อทอง หรือหากต้องการขายก็อาจต้องเสียค่าตรวจสอบสูงถึง 10% ของมูลค่าทองคำ
สำหรับครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในอัตรานี้ถือเป็นภาระที่หนักมาก หว่านถิงรู้สึกผิดหวังและกังวล เพราะทองคำที่เธอหวังจะนำมาใช้เป็นทางออกกลับไม่สามารถขายได้อย่างที่คิด
ท้ายที่สุด เธอจึงต้องเดินออกจากร้านทองโดยไม่ได้รับเงิน พร้อมความรู้สึกสิ้นหวังและไม่รู้ว่าจะหาทางจัดการปัญหาครอบครัวอย่างไรต่อไป
Part 3: ได้คำแนะนำให้ขอใบรับรอง ก่อนนำทองไปขายได้สำเร็จ
หลังออกจากร้านทอง หว่านถิงนั่งร้องไห้อยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ก่อนจะติดต่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้สามีฟัง
แต่ในช่วงเวลาที่เธอกำลังหมดหวัง เพื่อนสนิทคนหนึ่งได้แนะนำให้ลองติดต่อธนาคาร เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการตรวจสอบทองคำและการออกเอกสารรับรองทรัพย์สิน
ตามเรื่องราวที่นำเสนอ ธนาคารไม่ได้รับซื้อทองคำโดยตรง แต่สามารถให้บริการตรวจสอบและออกเอกสารรับรองได้ โดยมีค่าธรรมเนียมในจำนวนที่ไม่สูงมากนัก
หว่านถิงจึงตัดสินใจดำเนินการตามคำแนะนำ และต้องรอประมาณ 3-4 วัน ระหว่างนั้นเธอและสามีพยายามประหยัดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด เพื่อประคับประคองครอบครัวในช่วงที่ยังมีปัญหาทางการเงิน
ในที่สุด เธอก็ได้รับเอกสารรับรองและนำทองคำไปติดต่อขายกับร้านทองอีกแห่งหนึ่งได้สำเร็จ