อย่างไรก็ตาม ตุ่มที่มีสีคล้ำ มีขนาดใหญ่ หรือมีลักษณะแตกต่างจากตุ่มทั่วไปไม่ควรถูกจัดว่าเป็นภาวะปกติโดยอาศัยการมองด้วยตาเพียงอย่างเดียว หากไม่แน่ใจ ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อแยกสาเหตุ
2. การเปลี่ยนแปลงบริเวณเหงือกในช่วงฟันขึ้น
เมื่อทารกเริ่มเข้าสู่ช่วงฟันน้ำนมขึ้น เหงือกอาจมีอาการบวม นูน หรือมีสีเปลี่ยนแปลงในบางตำแหน่ง ในบางรายอาจเกิดถุงน้ำที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นของฟัน หรือมีเลือดคั่งอยู่ภายใน ทำให้เห็นเป็นตุ่มสีแดงคล้ำหรือม่วงได้
ถึงแม้บางภาวะจะไม่รุนแรง แต่ผู้ปกครองไม่ควรใช้เข็มเจาะหรือพยายามเปิดตุ่มด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ เกิดเลือดออก หรือติดเชื้อได้ หากก้อนมีขนาดใหญ่ ลูกเจ็บมาก หรือกินนมได้น้อยลง ควรขอคำแนะนำจากทันตแพทย์เด็กหรือกุมารแพทย์
3. การอักเสบหรือการติดเชื้อภายในช่องปาก
เยื่อบุช่องปากของเด็กสามารถเกิดการอักเสบจากหลายสาเหตุ รวมถึงการติดเชื้อไวรัส เชื้อรา หรือแบคทีเรีย ลักษณะที่พบอาจเป็นตุ่ม แผล จุดแดง หรือบริเวณที่มีสีเปลี่ยนไป โดยบางครั้งอาจมีไข้ น้ำลายไหลมากขึ้น และร้องไห้ขณะดูดนมร่วมด้วย
หากพบแผลหลายตำแหน่ง เหงือกบวมแดง มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีอาการเจ็บจนลูกปฏิเสธนม ควรให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาทาภายในปากมาใช้เองโดยไม่ทราบสาเหตุ
4. การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ
บางครั้งก้อนหรือรอยบวมอาจเกิดจากการเสียดสี การกัดกระแทก หรือการบาดเจ็บบริเวณเยื่อบุช่องปาก โดยเฉพาะในเด็กที่เริ่มนำสิ่งของเข้าปาก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงแผลจากการกระแทกหากไม่พบสาเหตุชัดเจน หรือหากก้อนยังคงอยู่และมีขนาดเพิ่มขึ้น
5. ก้อนชนิดอื่นที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจ
ก้อนในช่องปากบางชนิดอาจเป็นถุงน้ำ เนื้อเยื่อที่เจริญผิดปกติ หรือความผิดปกติของหลอดเลือด ลักษณะภายนอกอาจคล้ายกัน แต่แนวทางตรวจและดูแลแตกต่างกันมาก
ก้อนสีม่วงหรือสีน้ำเงินอาจเกี่ยวข้องกับเลือดที่อยู่ภายในเนื้อเยื่อหรือความผิดปกติของหลอดเลือด จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน โดยเฉพาะเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น มีเลือดออก หรืออยู่ในตำแหน่งที่อาจรบกวนการหายใจและการกลืน
สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรใช้ข้อมูลจากภาพเพียงภาพเดียวเพื่อวินิจฉัยลูกของตนเอง หากก้อนยังไม่หาย มีการเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย การตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ทราบแนวทางดูแลที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการรักษาที่ไม่จำเป็น
Chapter 3: สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด
เมื่อลูกมีความผิดปกติภายในช่องปาก สิ่งที่ช่วยประเมินความเร่งด่วนได้มากไม่ได้มีเพียงรูปร่างของก้อน แต่ยังรวมถึงการหายใจ การกลืน การดูดนม พฤติกรรม และสุขภาพโดยรวมของเด็กด้วย พ่อแม่จึงควรสังเกตอาการเหล่านี้ควบคู่กัน
อาการที่ต้องได้รับความช่วยเหลือฉุกเฉิน
หากลูกหายใจลำบาก มีเสียงหายใจผิดปกติอย่างชัดเจน สำลักจนหายใจไม่ออก กลืนไม่ได้ หรือริมฝีปากและใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที อย่ารอให้ก้อนยุบลงเอง และอย่าพยายามใช้นิ้วดึงหรือกดก้อนออกจากช่องปาก
หากมีเลือดออกมากหรือเลือดออกไม่หยุด ก็ควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วนเช่นกัน
อาการที่ควรพาลูกไปพบแพทย์โดยเร็ว