เมื่อเครื่องดื่มที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบถูกนำไปแช่ในอุณหภูมิต่ำจนแข็งตัว น้ำจะเปลี่ยนจากสถานะของเหลวเป็นของแข็ง และมีปริมาตรเพิ่มขึ้นเมื่อกลายเป็นน้ำแข็ง การขยายตัวนี้สามารถสร้างแรงดันต่อผนังภาชนะได้ หากเป็นกระป๋องที่ปิดสนิทและไม่มีพื้นที่ให้ของเหลวขยายตัวอย่างเพียงพอ แรงดันที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้กระป๋องบิดเบี้ยว รั่ว หรือแตกได้
สำหรับเครื่องดื่มอัดลม ยังมีปัจจัยเรื่องแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ภายในภาชนะด้วย เมื่อสภาพภายในเปลี่ยนแปลง แรงดันและการกระจายตัวของแก๊สก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย แม้รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามชนิดเครื่องดื่ม ระยะเวลาที่แช่ และสภาพของภาชนะ แต่การนำกระป๋องเครื่องดื่มอัดลมไปแช่แข็งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะอาจทำให้ภาชนะเสียหายและเกิดอันตรายได้
สิ่งสำคัญคือไม่ใช่ทุกกระป๋องจะระเบิดทันทีที่อยู่ในช่องแช่แข็ง บางกระป๋องอาจบวม บางกระป๋องอาจมีรอยรั่ว และบางกระป๋องอาจแตกเมื่อแรงดันเพิ่มขึ้นมากพอ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จึงไม่ควรใช้การที่เคยแช่เครื่องดื่มแล้วไม่เกิดเหตุเป็นเหตุผลว่าการทำเช่นนี้ปลอดภัยเสมอไป
หากภาชนะเกิดความเสียหาย เศษโลหะหรือชิ้นส่วนของภาชนะอาจทำให้เกิดบาดแผลได้ นอกจากนี้ เครื่องดื่มที่แข็งตัวอาจขยายตัวและดันฝาหรือส่วนอื่นของภาชนะจนแตกออกอย่างฉับพลัน หากมีผู้ยืนอยู่ใกล้ โดยเฉพาะเด็กที่กำลังเปิดตู้เย็นหรือหยิบเครื่องดื่ม ก็อาจได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ดวงตา หรือมือได้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุและลักษณะการบาดเจ็บในกรณีของเด็กชายรายนี้มาจากเรื่องราวที่เผยแพร่ ไม่ควรนำไปสรุปว่าอุบัติเหตุจากกระป๋องทุกกรณีเกิดขึ้นด้วยกลไกเดียวกันทั้งหมด
วิธีป้องกันที่ง่ายที่สุดคือไม่ใส่เครื่องดื่มอัดลมแบบกระป๋องหรือขวดปิดสนิทลงในช่องแช่แข็งเพื่อเร่งให้เย็น หากต้องการเครื่องดื่มเย็นอย่างรวดเร็ว ควรเลือกวิธีทำความเย็นที่ปลอดภัยกว่า เช่น แช่ในช่องธรรมดาของตู้เย็น หรือใช้ภาชนะที่เหมาะสมร่วมกับน้ำแข็ง โดยต้องระมัดระวังไม่ให้ภาชนะเกิดความเสียหาย และไม่ควรทิ้งเครื่องดื่มไว้ในช่องแช่แข็งโดยไม่มีการควบคุมเวลา
ผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กเข้าใจด้วยว่า เครื่องดื่มบางชนิดสามารถเก็บในตู้เย็นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปแช่แข็งได้อย่างปลอดภัยทุกชนิด เด็กควรรู้ว่าหากพบกระป๋องบวม มีรอยรั่ว มีเสียงผิดปกติ หรือมีสภาพแตกต่างจากเดิม ไม่ควรหยิบมาเปิดหรือพยายามแก้ไขด้วยตัวเอง แต่ควรแจ้งผู้ใหญ่ให้ตรวจสอบแทน
หากพบกระป๋องที่แข็งตัวหรือมีลักษณะบวมผิดปกติ ไม่ควรเขย่า บีบ เจาะ หรือใช้ของมีคมเปิดภาชนะ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วหรือแตก ควรหลีกเลี่ยงการนำใบหน้าเข้าไปใกล้ และหากกระป๋องแตกหรือรั่วอยู่แล้ว ให้ระมัดระวังขอบคมและทำความสะอาดโดยไม่สัมผัสเศษภาชนะด้วยมือเปล่า หากไม่แน่ใจว่าจะจัดการอย่างปลอดภัยได้อย่างไร ควรขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีความเหมาะสม
นอกจากเครื่องดื่มกระป๋องแล้ว ผู้ปกครองควรตรวจสอบสิ่งของอื่นๆ ที่นำไปแช่แข็งด้วย ภาชนะบางชนิดอาจไม่เหมาะกับการแช่แข็ง โดยเฉพาะภาชนะที่ปิดสนิทและมีของเหลวอยู่เต็ม ควรอ่านคำแนะนำจากผู้ผลิตก่อนใช้งาน และไม่ควรนำภาชนะที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับอุณหภูมิต่ำมากไปใช้ในช่องแช่แข็ง
เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสอนเด็กเกี่ยวกับการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างปลอดภัย การปล่อยให้เด็กช่วยงานบ้านไม่ได้เป็นเรื่องผิด แต่ควรเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับวัยและความสามารถ หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับของมีคม ความร้อน แรงดัน หรืออุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้ปกครองควรอธิบายขั้นตอนที่ถูกต้องและกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจน
หากเกิดอุบัติเหตุจากภาชนะที่แตกหรือระเบิด และมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ดวงตา หรือบาดแผลลึก ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการดีขึ้นเอง หากมีเลือดออกมาก ให้ใช้ผ้าสะอาดกดบริเวณแผลอย่างเหมาะสมเมื่อสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และรีบไปโรงพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อบาดแผลอยู่ใกล้ดวงตา มีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ หรือมีอาการผิดปกติด้านการมองเห็น
บทเรียนจากเรื่องราวของคุณหลี่จึงไม่ได้มีเพียงการห้ามนำเครื่องดื่มอัดลมไปแช่แข็งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำความเข้าใจว่าความปลอดภัยในบ้านเริ่มต้นจากการรู้จักความเสี่ยงของสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การจัดเก็บเครื่องดื่มให้เหมาะสม การสอนเด็กให้ขอความช่วยเหลือเมื่อพบสิ่งผิดปกติ และการไม่ประมาทกับสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะอุบัติเหตุบางอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
สำหรับทุกครอบครัว การตรวจสอบตู้เย็นและช่องแช่แข็งเป็นระยะ รวมถึงการสอนกฎความปลอดภัยให้สมาชิกในบ้าน เป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงก่อนจึงค่อยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะการป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการต้องรับมือกับอุบัติเหตุที่อาจหลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่แรก