1. ตรวจสอบกำลังไฟและระยะเวลาการใช้งาน
ลองดูฉลากกำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด โดยทั่วไปกำลังไฟมีหน่วยเป็นวัตต์ หรือ W ส่วนปริมาณพลังงานที่ใช้คิดเป็นกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ kWh ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้คำนวณค่าไฟ หากต้องการประมาณการใช้พลังงาน สามารถใช้สูตรง่าย ๆ ดังนี้
พลังงานที่ใช้ (kWh) = กำลังไฟฟ้า (W) × ชั่วโมงที่ใช้งาน ÷ 1,000
ตัวอย่างเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลัง 1,000 วัตต์ หากทำงานเต็มกำลังเป็นเวลา 1 ชั่วโมง จะใช้พลังงานประมาณ 1 kWh แต่ในชีวิตจริง เครื่องบางชนิดไม่ได้ทำงานเต็มกำลังตลอดเวลา จึงควรใช้ข้อมูลจากฉลากหรือการวัดจริงประกอบการประเมินด้วย
2. ปรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม
หากบ้านเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน ควรเริ่มจากการตั้งอุณหภูมิให้เหมาะกับความสบาย ไม่ตั้งเย็นเกินความจำเป็น และปิดประตูหน้าต่างให้สนิท การทำความสะอาดตัวกรองตามกำหนดช่วยให้อากาศไหลเวียนดีขึ้น ส่วนการปิดม่านในช่วงแดดจัดสามารถลดความร้อนจากแสงแดดที่เข้ามาในห้องได้
นอกจากนี้ ควรเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะกับพื้นที่ เพราะเครื่องที่เล็กเกินไปอาจต้องทำงานหนัก ขณะที่เครื่องใหญ่เกินความจำเป็นก็อาจไม่เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของบ้าน
3. ลดเวลาที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานโดยไม่จำเป็น
หลังหุงข้าวเสร็จ หากไม่จำเป็นต้องอุ่นต่อเป็นเวลานาน ก็ควรปิดเครื่องตามคำแนะนำของผู้ผลิต เช่นเดียวกับโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีผู้ใช้งานอยู่ การปิดอุปกรณ์เหล่านี้เมื่อไม่จำเป็นช่วยลดพลังงานที่ใช้โดยตรง และยังลดการใช้ไฟในโหมดสแตนด์บายของอุปกรณ์บางชนิดได้ด้วย
4. เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
เมื่อถึงเวลาต้องซื้อเครื่องใหม่ ควรเปรียบเทียบฉลากประหยัดพลังงาน ปริมาณการใช้ไฟโดยประมาณ และค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน ไม่ควรตัดสินใจจากราคาซื้อเพียงอย่างเดียว เพราะเครื่องที่มีราคาสูงกว่าเล็กน้อยอาจมีประสิทธิภาพดีกว่าและช่วยลดค่าไฟในระยะยาวได้ ขึ้นอยู่กับรุ่นและรูปแบบการใช้งานจริง
5. ตรวจสอบค่าไฟอย่างสม่ำเสมอ
หากค่าไฟเพิ่มขึ้นผิดปกติ ควรเปรียบเทียบจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละเดือน ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดเงิน เพราะค่าไฟอาจเปลี่ยนแปลงจากอัตราค่าไฟหรือปัจจัยอื่นได้ หากจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ลองตรวจสอบระยะเวลาการใช้เครื่องปรับอากาศ การใช้อุปกรณ์ทำความร้อน และอุปกรณ์ที่เปิดทิ้งไว้เป็นเวลานาน
การปรับพฤติกรรมทีละอย่างแล้วติดตามผลจะช่วยให้เห็นว่าอะไรได้ผลกับบ้านของตนเองมากที่สุด แทนการถอดปลั๊กทุกชิ้นโดยไม่พิจารณาความจำเป็นและความปลอดภัย