การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และอาจช่วยลดความรู้สึกแห้งหรือระคายเคืองในลำคอได้ ผู้ที่เจ็บคออาจเลือกดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นตามความสบายของตนเอง ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำร้อนจัด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อในปากและลำคอระคายเคืองหรือเกิดแผลได้
หากกลืนได้ตามปกติ อาจแบ่งดื่มน้ำเป็นระยะตลอดวัน สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งจำเป็นต้องจำกัดปริมาณน้ำ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม หากกลืนน้ำลายไม่ได้ กลืนของเหลวไม่ได้ หรือมีอาการหายใจลำบาก ไม่ควรฝืนดื่มน้ำหรือพยายามป้อนเครื่องดื่มให้ผู้ป่วย แต่ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
2. พักผ่อนให้เพียงพอ
การพักผ่อนช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวระหว่างเจ็บป่วย ควรลดกิจกรรมที่ใช้แรงมากและนอนหลับให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อมีไข้หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย หากต้องทำงานหรือเรียน ควรพิจารณาหยุดพักเมื่อรู้สึกไม่สบายมาก เพื่อให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัวและลดโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่น
ผู้ที่มีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้อื่นเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น หากต้องอยู่ในพื้นที่ร่วมกัน ควรสวมหน้ากากเมื่อเหมาะสม เปิดให้อากาศถ่ายเท และปฏิบัติตามสุขอนามัยของทางเดินหายใจ
3. เลือกอาหารที่กลืนได้สะดวก
ในช่วงที่เจ็บคอ ควรเลือกรับประทานอาหารอ่อนที่ไม่ทำให้ระคายเคือง เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุปที่ไม่ร้อนจัด หรืออาหารเนื้อนุ่มตามความเหมาะสมของแต่ละคน อาหารที่มีความเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือแข็งจนต้องเคี้ยวมากอาจทำให้บางคนรู้สึกเจ็บเพิ่มขึ้น จึงควรปรับตามอาการ
หากไม่มีข้อจำกัดด้านอาหาร การรับประทานอาหารให้หลากหลายและเพียงพอยังช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษเพื่อรักษาการติดเชื้อ
หากผู้ป่วยกลืนลำบากมากหรือสำลักง่าย ไม่ควรฝืนรับประทานอาหาร ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุและเลือกวิธีดูแลที่ปลอดภัย
4. บรรเทาอาการด้วยวิธีที่เหมาะสม
การกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นในผู้ใหญ่ที่สามารถกลั้วและบ้วนทิ้งได้อย่างปลอดภัย อาจช่วยบรรเทาอาการระคายคอได้บางส่วน ควรหลีกเลี่ยงการกลืนน้ำเกลือ และไม่ควรใช้วิธีนี้กับเด็กเล็กที่ยังบ้วนทิ้งไม่ได้
สำหรับยาแก้ปวดหรือยาลดไข้ ควรเลือกใช้ตามฉลากและคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์ โดยพิจารณาอายุ โรคประจำตัว การตั้งครรภ์ และยาชนิดอื่นที่กำลังใช้ หลีกเลี่ยงการใช้ยาหลายชนิดที่มีส่วนประกอบซ้ำกันโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียด
ไม่ควรรับประทานยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อน หรือแบ่งยาของผู้อื่นมาใช้ เพราะยาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเจ็บป่วย
5. หลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง
ควันบุหรี่ ฝุ่นละออง กลิ่นสารเคมี และอากาศที่แห้งมากอาจกระตุ้นให้เกิดการระคายคอเพิ่มขึ้น ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีควันหรือมลพิษ และดูแลให้พื้นที่พักผ่อนมีอากาศถ่ายเทอย่างเหมาะสม
หากใช้เครื่องเพิ่มความชื้น ควรทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและสิ่งสกปรก การใช้เครื่องมือดังกล่าวไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน และไม่สามารถทดแทนการรักษาโรคที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อได้
6. ติดตามอาการและรู้ว่าเมื่อใดควรพบแพทย์
การจดบันทึกว่าเริ่มเจ็บคอเมื่อใด มีไข้หรือไม่ กลืนอาหารได้หรือไม่ และอาการเปลี่ยนแปลงอย่างไร อาจช่วยให้สื่อสารกับแพทย์ได้ชัดเจนขึ้น หากอาการไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน เป็นอยู่นานประมาณหนึ่งสัปดาห์ หรือมีอาการแย่ลง ควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ โดยไม่จำเป็นต้องรอครบระยะเวลาดังกล่าวหากอาการรุนแรง
หากหายใจลำบาก กลืนน้ำลายไม่ได้ ซึมลง หรือมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที การดูแลตัวเองที่บ้านมีไว้เพื่อบรรเทาอาการที่ไม่รุนแรง ไม่ใช่เพื่อชะลอการรักษาเมื่อมีสัญญาณอันตราย
Chapter 5: วิธีป้องกันการติดเชื้อในลำคอ และดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยในระยะยาว
แม้จะไม่สามารถป้องกันอาการเจ็บคอได้ทุกกรณี แต่การดูแลสุขอนามัยและลดโอกาสสัมผัสเชื้อโรคสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทางเดินหายใจบางชนิดได้ การป้องกันไม่จำเป็นต้องใช้วิธีซับซ้อน เพียงสร้างนิสัยที่เหมาะสมและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง