แนวทางที่เหมาะสมคือเลือกวิธีต้ม นึ่ง อบ หรือย่างแทนการทอดบ่อย ๆ เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เพิ่มผักและธัญพืชไม่ขัดสี และควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกชนิดที่มีไขมัน เพราะร่างกายยังต้องการไขมันที่เหมาะสมเพื่อการทำงานตามปกติ
อาหารกลุ่มที่สอง คืออาหารและขนมที่มีน้ำตาลเติมเพิ่มสูง เช่น ขนมหวาน เบเกอรี่รสหวานจัด และของหวานที่รับประทานในปริมาณมาก น้ำตาลส่วนเกินสามารถเพิ่มการสร้างไตรกลีเซอไรด์ในตับได้ โดยเฉพาะเมื่อบริโภคเป็นประจำร่วมกับพฤติกรรมที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย
สำหรับเครื่องดื่ม ควรระวังน้ำอัดลมที่มีน้ำตาล ชาหวาน กาแฟปรุงสำเร็จที่เติมน้ำเชื่อม และเครื่องดื่มรสหวานอื่น ๆ เพราะดื่มได้ง่ายและอาจได้รับน้ำตาลมากโดยไม่รู้ตัว การเปลี่ยนมาเลือกน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มไม่เติมน้ำตาลจึงเป็นวิธีที่ช่วยลดน้ำตาลส่วนเกินได้
อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์สามารถทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นได้ในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีระดับไขมันสูงอยู่แล้ว หากผลตรวจพบไตรกลีเซอไรด์สูงมาก ควรงดแอลกอฮอล์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แนวทางการดูแลไขมันในเลือดแนะนำให้ลดน้ำตาลเติมเพิ่มและคาร์โบไฮเดรตขัดสี รวมทั้งจัดการปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
สัญญาณแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์
หากตรวจพบไตรกลีเซอไรด์ตั้งแต่ 500 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนลดระดับไขมัน เพราะเมื่อระดับสูงมาก ความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อค่ามากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แพทย์อาจพิจารณาปรับอาหาร ตรวจหาปัจจัยที่ทำให้ไขมันสูง และใช้ยาตามความเหมาะสม ไม่ควรซื้อยาลดไขมันหรืออาหารเสริมมารับประทานเอง
หากมีอาการปวดท้องส่วนบนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย ควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของตับอ่อนอักเสบหรือภาวะฉุกเฉินอื่น ๆ
ในชีวิตประจำวัน ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ลดน้ำหวานและอาหารที่มีน้ำตาลสูง เลือกไขมันที่เหมาะสม เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย ควบคุมน้ำหนักตามความเหมาะสม และตรวจสุขภาพตามคำแนะนำ หากมีโรคประจำตัวควรควบคุมโรคนั้นอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด เรื่องเลือดที่ขุ่นคล้ายน้ำนมควรเป็นเหตุให้ตรวจสอบสุขภาพ ไม่ใช่เหตุให้สรุปว่าเกิดจากอาหารสองชนิดหรือหมายถึงโรคร้ายแรงเสมอไป การตรวจเลือดอย่างถูกต้อง การค้นหาสาเหตุ และการดูแลต่อเนื่องกับบุคลากรทางการแพทย์เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพในระยะยาว