สัญญาณเตือนในช่องปากที่ไม่ควรมองข้าม: ก้อนเนื้อผิดปกติอาจต้องได้รับการตรวจ

ก้อนเนื้อในปากหรือแผลที่ไม่หาย อาจมีหลายสาเหตุ การสังเกตและตรวจให้ชัดเจนจึงสำคัญ

Chapter 1

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

ก้อนเนื้อสีชมพูหรือสีแดงที่ปรากฏบริเวณลิ้น พื้นปาก เหงือก หรือด้านในกระพุ้งแก้ม อาจทำให้หลายคนกังวล โดยเฉพาะเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น เจ็บ หรือมีเลือดออก อย่างไรก็ตาม ลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ เพราะก้อนในช่องปากอาจเกิดจากการระคายเคือง การอักเสบ ซีสต์ การติดเชื้อ หรือความผิดปกติชนิดอื่นได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญคืออย่าตื่นตระหนก แต่ไม่ควรปล่อยให้อาการที่ผิดปกติต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ตรวจหาสาเหตุ การสังเกตอาการร่วมกับการเข้ารับการตรวจจากทันตแพทย์หรือแพทย์จะช่วยให้วินิจฉัยได้ถูกต้องและวางแผนดูแลได้เหมาะสม

Chapter 1: 6 สัญญาณผิดปกติในช่องปากที่ควรสังเกต

dentist check asian woman teeth

มะเร็งช่องปากเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก ลิ้น พื้นปาก เหงือก กระพุ้งแก้ม หรือบริเวณด้านหลังของช่องปาก อาการในระยะแรกอาจดูคล้ายปัญหาสุขภาพช่องปากทั่วไป จึงควรทำความเข้าใจสัญญาณเตือนและรู้ว่าเมื่อใดควรเข้ารับการตรวจ ทั้งนี้ อาการต่อไปนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ควรมองข้าม +1

1. มีก้อนเนื้อเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

ก้อนที่ริมฝีปาก ลิ้น เหงือก หรือด้านในกระพุ้งแก้มอาจเกิดจากการระคายเคือง การอักเสบ ซีสต์ หรือความผิดปกติของเนื้อเยื่อชนิดอื่น บางก้อนมีลักษณะกลม ผิวเรียบ และไม่เจ็บ ขณะที่บางก้อนอาจแข็ง ขรุขระ หรือโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากพบก้อนที่ไม่ยุบลง ก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรให้ทันตแพทย์หรือแพทย์ตรวจ อย่าบีบ เจาะ หรือตัดก้อนออกเอง เพราะอาจทำให้เกิดบาดแผลและการติดเชื้อ รวมถึงทำให้การประเมินสาเหตุทำได้ยากขึ้น

2. มีแผลในปากที่ไม่หาย

แผลร้อนในหรือแผลจากการกัดกระพุ้งแก้มมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในระยะเวลาหนึ่ง แต่หากแผลยังคงอยู่เกิน 3 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะแผลที่มีขอบแข็ง มีเลือดออกง่าย หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น

อย่าตัดสินความรุนแรงจากความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียว เพราะความผิดปกติบางชนิดอาจไม่เจ็บในช่วงแรก การตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญกว่าการคาดเดาจากลักษณะภายนอก

3. พบปื้นสีขาวหรือสีแดงผิดปกติ

ปื้นสีขาวที่เช็ดไม่ออก หรือปื้นสีแดงที่คงอยู่บนลิ้น เหงือก และเยื่อบุช่องปาก ควรได้รับการประเมิน โดยเฉพาะเมื่อไม่มีสาเหตุชัดเจนหรือเป็นอยู่นาน ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดจากหลายภาวะ รวมถึงรอยโรคที่มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งในบางกรณี

ไม่ควรใช้ยาหรือสารเคมีทาบริเวณดังกล่าวด้วยตนเองเพื่อพยายามกำจัดปื้น เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อระคายเคืองมากขึ้น

4. มีเลือดออกหรือรู้สึกชาบริเวณช่องปาก

เลือดออกจากเหงือกอาจสัมพันธ์กับโรคเหงือกหรือการแปรงฟันแรงเกินไป แต่หากเลือดออกซ้ำ ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเกิดร่วมกับก้อนและแผลที่ไม่หาย ควรได้รับการตรวจ ส่วนอาการชาที่ลิ้น ริมฝีปาก หรือบริเวณใดบริเวณหนึ่งของช่องปากซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องก็ไม่ควรละเลย

5. เคี้ยว กลืน หรือขยับลิ้นได้ลำบาก

หากรู้สึกเจ็บเวลากลืน อ้าปากได้น้อยลง ขยับลิ้นลำบาก หรือมีความรู้สึกเหมือนมีสิ่งติดอยู่ในลำคอตลอดเวลา ควรตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย

6. มีก้อนบริเวณคอหรือเสียงเปลี่ยนไป

ก้อนที่คออาจเกิดจากต่อมน้ำเหลืองโตจากการติดเชื้อหรือสาเหตุอื่น ๆ แต่ถ้าก้อนคงอยู่หรือโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพบร่วมกับแผลในปากหรือกลืนลำบาก ควรเข้ารับการตรวจ นอกจากนี้ เสียงแหบที่ไม่หายก็เป็นอีกอาการหนึ่งที่ควรประเมิน

สัญญาณเหล่านี้อาจเกิดจากโรคที่ไม่ร้ายแรงได้เช่นกัน จึงไม่ควรวินิจฉัยด้วยตนเอง สิ่งที่ควรทำคือสังเกตระยะเวลาที่เป็น การเปลี่ยนแปลงของขนาดและรูปร่าง รวมถึงอาการร่วม แล้วแจ้งข้อมูลเหล่านี้แก่ทันตแพทย์หรือแพทย์อย่างครบถ้วน

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

สัญญาณเตือนในช่องปากที่ไม่ควรมองข้าม: ก้อนเนื้อผิดปกติอาจต้องได้รับการตรวจ

2 Part