คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้น้ำเสียปริมาณมหาศาลไหลย้อนกลับเข้ามาท่วมห้องได้ถึงเพียงนี้? ช่างจึงได้วิเคราะห์ต่อและพบว่า ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากห้องของลูกบ้าน แต่เกิดจาก "ท่อน้ำทิ้งเมนหลักของอาคารคอนโดมิเนียม" ที่เกิดการอุดตันสะสมอย่างรุนแรง จนทำให้น้ำเสียจากห้องอื่น ๆ ในแนวดิ่งไม่สามารถระบายลงสู่ด้านล่างได้ และไหลย้อนทะลักออกมาตามทางออกที่ใกล้ที่สุด ซึ่งก็คือท่อใต้อ่างล้างจานของห้องเธอนั่นเอง และเมื่อช่างอีกคนได้ไปทำการทะลวงท่อน้ำทิ้งที่ท่อเมนหลักของคอนโด น้ำเสียที่กำลังพวยพุ่งอยู่ในห้องก็หยุดไหลทะลักลงในทันที ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่าต้นเหตุทั้งหมดมาจากระบบส่วนกลาง
ทว่า วิกฤตการณ์นี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การหยุดไหลของน้ำเสีย เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมหาศาล แม้จะมีการระดมทำความสะอาดและดูดน้ำเสียออกไปแล้ว แต่กลิ่นเหม็นเน่าที่ซึมลึกเข้าไปในพื้นและผนังห้องก็ยังคงรุนแรงจนมนุษย์ไม่สามารถพักอาศัยอยู่ได้ ทำให้เธอต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการออกไปเช่าโรงแรมนอนชั่วคราว ซ้ำร้ายสิ่งที่ทำให้เจ้าของห้องต้องกุมขมับและเกิดความวิตกกังวลอย่างหนัก คือเรื่องความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร เมื่อพบว่า บริษัทนิติบุคคลคอนโดที่กำลังบริหารงานอยู่นั้นกำลังจะหมดสัญญาจ้างในวันที่ 31 สิงหาคม ขณะที่สัญญาประกันภัยของคอนโดมิเนียมก็จะหมดอายุลงในวันที่ 25 สิงหาคมเช่นเดียวกัน ทำให้เกิดคำถามตัวโต ๆ ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม โดยทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันเป็นเสียงเดียวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากความบกพร่องของท่อเมนส่วนกลาง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของทางนิติบุคคลคอนโดมิเนียมแบบ 100% เจ้าของห้องไม่มีความผิดใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่เจ้าของห้องว่า ควรรีบไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจเป็นหลักฐานโดยด่วน เพราะต่อให้นิติบุคคลจะเปลี่ยนชุดหรือประกันภัยจะหมดสัญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่เหตุการณ์ความเสียหายนี้ได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ในระหว่างที่สัญญาประกันภัยยังมีผลบังคับใช้ ดังนั้นบริษัทประกันภัยและนิติบุคคลชุดปัจจุบันจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตที่ได้ดูภาพถ่ายต้องรู้สึกขนลุกซู่ยิ่งกว่าเดิม คือการสังเกตเห็นว่าบนพื้นห้องที่ถูกน้ำท่วมขังนั้น มี "ปลั๊กไฟพ่วง" วางระเกะระกะอยู่บนพื้นห้องอย่างน่าหวาดเสียว ซึ่งถือเป็นความโชคดีในมหาเคราะห์ร้ายที่ระดับน้ำเสียยังท่วมไม่ถึงตัวเต้ารับปลั๊กไฟ มิเช่นนั้น หากกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงสู่ผืนน้ำ การที่เจ้าของห้องก้าวเท้าเปิดประตูเข้าไปในห้อง อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมไฟดูดจนเสียชีวิตได้ เหตุการณ์ครั้งนี้จึงกลายเป็นบทเรียนเตือนภัยครั้งใหญ่สำหรับชาวคอนโดทุกคน ให้หมั่นสังเกตระบบระบายน้ำ และไม่ควรวางปลั๊กไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้บนพื้นห้องโดยเด็ดขาด