ชายวัย 50 ปี ดื่มกาแฟดำทุกวัน พบเป็นไตวายระยะสุดท้าย เตือนอย่าซื้อแบบนี้

ชายวัย 50 ดื่มกาแฟดำทุกวัน ก่อนพบป่วยไตวายระยะสุดท้าย! เตือนเลือกซื้อกาแฟอย่างไรให้ปลอดภัย อย่ามองข้ามจุดนี้

Chapter 1

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

Chapter 1

ดื่มกาแฟดำทุกวันเพื่อดูแลสุขภาพ แต่กลับต้องเผชิญกับภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย! เรื่องราวของชายชาวไต้หวันวัยกว่า 50 ปีรายหนึ่ง กลายเป็นอุทาหรณ์ที่ถูกพูดถึง หลังแพทย์โรคไตออกมาเผยกรณีผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมรักสุขภาพ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายเป็นประจำ แต่กลับมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยข้อมูลที่แพทย์นำมาเล่าระบุว่า หนึ่งในประเด็นที่น่าสงสัยคือการบริโภคเมล็ดกาแฟที่เก็บไว้นานและมีสภาพเสื่อมคุณภาพ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจากสารพิษที่เกิดจากเชื้อรา
Người quan tâm đến sức khỏe vô cùng kinh ngạc! Một người đàn ông 50 tuổi uống "cà phê đen" mỗi ngày, dẫn đến suy thận giai đoạn cuối. Các bác sĩ đã tiết lộ nguyên nhân. "Đừng thử điều này ở nhà!" | Thaiger News Thailand

นพ.หงหย่งเสียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต เปิดเผยเรื่องนี้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยเล่าว่า ผู้ป่วยชายรายดังกล่าวให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองอย่างมาก เขาออกกำลังกายเป็นประจำและดื่มกาแฟดำทุกวัน เพราะเชื่อว่าการดื่มกาแฟโดยไม่เติมน้ำตาลหรือนมเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนรักสุขภาพ นอกจากนี้ เขายังพยายามประหยัดค่าใช้จ่าย โดยมองว่ากาแฟจากร้านสะดวกซื้ออาจมีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ต้องการ ขณะที่ร้านกาแฟทั่วไปมีราคาค่อนข้างสูง จึงเลือกซื้อเมล็ดกาแฟถุงใหญ่ในช่วงลดราคาเพื่อนำกลับมาชงดื่มเองที่บ้าน

ในช่วงแรก พฤติกรรมดังกล่าวอาจดูเหมือนเป็นวิธีประหยัดเงินที่สมเหตุสมผล เพราะการซื้อเมล็ดกาแฟในปริมาณมากอาจช่วยลดต้นทุนต่อครั้งเมื่อเทียบกับการซื้อเครื่องดื่มสำเร็จรูปทุกวัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเมล็ดกาแฟถูกเก็บไว้นานจนเริ่มเปลี่ยนสี แต่ผู้ป่วยยังคงนำมาใช้ต่อ เพราะรู้สึกเสียดายที่จะทิ้งของที่ซื้อมาแล้ว เขาไม่ได้ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบอาจเป็นสัญญาณว่าคุณภาพเริ่มลดลง และในบางกรณีอาจมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว

ตามเรื่องราวที่แพทย์เผยแพร่ ชายรายนี้เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกายในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เขาพบว่าปัสสาวะมีฟองมากกว่าปกติ และฟองเหล่านั้นไม่ยุบหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนที่เคยเป็น นอกจากนี้ ยังเริ่มมีอาการบวมบริเวณข้อเท้า แต่ในตอนแรกเขาไม่ได้คิดว่าอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคไต เพราะเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จึงเข้าใจว่าอาการบวมอาจเกิดจากการใช้ร่างกายหนักหรือการฝึกวิ่ง

การเปลี่ยนแปลงของปัสสาวะและอาการบวมเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม แม้อาการเหล่านี้จะไม่ได้หมายความว่าทุกคนกำลังเป็นโรคไต แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายมีความผิดปกติในการทำงานของไตหรือมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ การมีฟองในปัสสาวะเป็นครั้งคราวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ แต่หากเกิดขึ้นบ่อย ฟองคงอยู่นาน หรือมีอาการบวมร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุอย่างเหมาะสม ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นผลจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว

ต่อมา เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในระหว่างที่ชายรายนี้ออกไปวิ่งในตอนเช้า เขาเกิดอาการวูบและล้มลง จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล การตรวจร่างกายและผลเลือดพบว่าค่าการกรองของไต หรือ eGFR ลดลงต่ำกว่า 10 ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ว่าการทำงานของไตลดลงอย่างรุนแรง หากผลตรวจได้รับการยืนยันและเข้าเกณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็อาจจัดอยู่ในภาวะโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 หรือระยะสุดท้ายได้

ค่า eGFR ใช้ประเมินความสามารถของไตในการกรองของเสียออกจากเลือด โดยค่าที่ลดลงมากอาจสะท้อนว่าการทำงานของไตบกพร่องอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังต้องพิจารณาภาพรวมของผลตรวจ ระยะเวลาที่พบความผิดปกติ และข้อมูลทางคลินิกอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ควรใช้ค่าตรวจเพียงครั้งเดียวเพื่อสรุปสาเหตุทั้งหมดของโรค

สิ่งที่ทำให้แพทย์ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมคือ ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีประวัติโรคประจำตัวบางชนิดที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคไต เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง ตามข้อมูลที่ถูกเล่าไว้ แพทย์จึงสอบถามประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การบริโภคอาหาร และความเป็นไปได้ในการสัมผัสสารพิษหรือโลหะหนัก เพื่อค้นหาปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความเสียหายของไต

เมื่อสอบถามถึงพฤติกรรมการดื่มกาแฟ แพทย์จึงทราบว่าผู้ป่วยซื้อเมล็ดกาแฟจำนวนมากมาเก็บไว้ที่บ้าน และยังนำเมล็ดที่เริ่มเปลี่ยนสีมาใช้ต่อ เรื่องนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเสี่ยงจากวัตถุดิบที่อาจเสื่อมคุณภาพหรือปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา โดยเฉพาะโอคราท็อกซิน ซึ่งเป็นสารพิษที่เชื้อราบางชนิดสามารถสร้างขึ้นได้ในวัตถุดิบอาหารหลายประเภท รวมถึงเมล็ดกาแฟภายใต้สภาวะที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างข้อสงสัยทางการแพทย์กับข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว การที่ผู้ป่วยมีประวัติใช้เมล็ดกาแฟเก่าหรือเปลี่ยนสีไม่ได้ยืนยันโดยลำพังว่าสารพิษชนิดนี้เป็นสาเหตุของไตวาย จำเป็นต้องมีข้อมูลทางคลินิกและหลักฐานที่เหมาะสมเพื่อประเมินความสัมพันธ์ดังกล่าว กรณีที่แพทย์นำมาเล่าจึงเป็นคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดจากวัตถุดิบเสื่อมคุณภาพ มากกว่าจะเป็นหลักฐานว่าการดื่มกาแฟดำทั่วไปทำให้เกิดไตวายระยะสุดท้าย

สิ่งที่ผู้บริโภคควรเรียนรู้จากกรณีนี้คือ การดูแลสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกเครื่องดื่มที่คิดว่าดีต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบด้วย ต่อให้เป็นกาแฟดำที่ไม่มีน้ำตาล หากเมล็ดกาแฟเก็บรักษาไม่เหมาะสมหรือมีสัญญาณเสื่อมคุณภาพ ก็ไม่ควรฝืนบริโภคเพียงเพราะเสียดายเงินที่จ่ายไปแล้ว

Chapter 2

หลังจากกรณีของชายวัยกว่า 50 ปีถูกเผยแพร่ ประเด็นที่แพทย์เน้นย้ำคือความเสี่ยงจากโอคราท็อกซิน หรือ Ochratoxin ซึ่งเป็นสารพิษจากเชื้อราบางชนิดและอาจปนเปื้อนอยู่ในวัตถุดิบอาหาร เช่น ธัญพืช เมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์จากพืชบางประเภท หากวัตถุดิบถูกเก็บรักษาในสภาพที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา สารพิษชนิดนี้อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการรับสารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง
Những điều cần biết về chạy thận nhân tạo | BỆNH VIỆN HỮU NGHỊ ĐA KHOA NGHỆ  AN

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

ชายวัย 50 ปี ดื่มกาแฟดำทุกวัน พบเป็นไตวายระยะสุดท้าย เตือนอย่าซื้อแบบนี้

2 Part