ข้อที่สองคือการรดน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับกวักมรกต เพราะต้นไม้ชนิดนี้มีเหง้าและรากที่สามารถเก็บสะสมน้ำได้ จึงไม่ชอบดินแฉะเป็นเวลานาน วิธีที่เหมาะสมคือรอให้ดินแห้งลงก่อนจึงค่อยรดน้ำอีกครั้ง ความถี่ในการรดน้ำไม่ควรกำหนดตายตัวว่าต้องทำทุกวันหรือทุกสองวัน เพราะสภาพอากาศ ขนาดกระถาง ชนิดของดิน และตำแหน่งที่วางต้นไม้ล้วนส่งผลต่อการระเหยของน้ำ
หากไม่แน่ใจว่าควรรดน้ำหรือยัง สามารถใช้นิ้วตรวจดินบริเวณด้านบน หรือสังเกตน้ำหนักของกระถางเมื่อเทียบกับช่วงที่เพิ่งรดน้ำใหม่ ๆ หากดินยังชื้นมากก็ควรรอไปก่อน การเติมน้ำซาวข้าวหรือปุ๋ยชนิดใดก็ตามไม่ควรกลายเป็นเหตุให้รดน้ำถี่ขึ้น เพราะการสะสมความชื้นมากเกินไปอาจทำให้รากขาดอากาศและเกิดการเน่าได้ เมื่อรากเสียหาย ต้นไม้จะดูดน้ำและธาตุอาหารได้ลดลง ใบอาจเหลือง ก้านอ่อน หรือเหง้าเริ่มนิ่ม
ข้อที่สามคือการเลือกดินและกระถาง กวักมรกตควรปลูกในวัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดี ไม่อัดแน่นจนเกินไป และมีกระถางที่มีรูระบายน้ำอยู่ด้านล่าง หากใช้ดินที่เก็บน้ำมากเกินไป ควรปรับส่วนผสมให้โปร่งขึ้นด้วยวัสดุที่เหมาะสมกับไม้กระถาง เช่น วัสดุปลูกที่ช่วยเพิ่มช่องอากาศ ทั้งนี้ควรเลือกส่วนผสมที่สะอาดและเหมาะกับการปลูกต้นไม้ ไม่ควรใส่วัสดุที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรืออาจมีสารปนเปื้อน
สำหรับต้นที่ปลูกมานานจนรากแน่นกระถาง อาจพิจารณาเปลี่ยนกระถางเมื่อเห็นว่ารากเบียดกันมาก ดินเสื่อมสภาพ หรือการระบายน้ำไม่ดี แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย ๆ เพียงเพราะต้องการเร่งให้แตกหน่อ ควรเลือกกระถางที่ใหญ่ขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อจำเป็น เพราะกระถางที่ใหญ่เกินไปอาจเก็บความชื้นไว้มากกว่าที่ต้นไม้ใช้ได้ทัน ส่งผลให้ดินแห้งช้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาราก
ข้อที่สี่คือการให้ปุ๋ย หากต้นกวักมรกตได้รับแสงเหมาะสมและมีรากแข็งแรง แต่เติบโตช้าหรือไม่ค่อยสร้างใบใหม่ อาจพิจารณาใช้ปุ๋ยสำหรับไม้ประดับในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำบนฉลาก การให้ปุ๋ยมากเกินไปไม่ได้ทำให้ต้นไม้โตเร็วขึ้นเสมอไป แต่กลับอาจทำให้เกิดการสะสมเกลือในดินและทำลายรากได้ โดยเฉพาะเมื่อต้นไม้กำลังอ่อนแอหรืออยู่ในช่วงที่การเติบโตช้า
หากเลือกใช้น้ำซาวข้าว ควรใช้เป็นเพียงวิธีเสริมที่ไม่แน่นอนเรื่องปริมาณธาตุอาหาร ไม่ควรใช้แทนปุ๋ยที่มีองค์ประกอบเหมาะสมทั้งหมด และไม่ควรผสมร่วมกับปุ๋ยหลายชนิดโดยไม่ทราบความเข้มข้น การดูแลต้นไม้ไม่จำเป็นต้องใช้ส่วนผสมจำนวนมาก บางครั้งการจัดแสงให้เหมาะสม ปรับการรดน้ำ และแก้ปัญหาดินแฉะก็ช่วยให้ต้นไม้มีสภาพดีขึ้นได้มากกว่าการเติมสารต่าง ๆ ลงในกระถางอย่างต่อเนื่อง
ข้อที่ห้าคือการสังเกตสัญญาณจากใบและก้าน หากใบมีสีเหลืองหลายใบพร้อมกัน ควรตรวจสอบว่าดินเปียกนานเกินไปหรือไม่ หากปลายใบแห้ง อาจเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม ความชื้น หรือการสะสมของสารบางชนิดในดิน ส่วนก้านที่อ่อนและเหง้าที่นิ่มเป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบอย่างจริงจัง อย่ารีบเติมปุ๋ยเพิ่มโดยไม่หาสาเหตุ เพราะอาจทำให้ปัญหาเดิมรุนแรงขึ้นได้
ส่วนเรื่องการออกดอก กวักมรกตสามารถออกดอกได้เมื่อมีสภาพเหมาะสม แต่ดอกมีขนาดเล็กและไม่ใช่ลักษณะเด่นที่ผู้ปลูกทุกคนจะพบเห็น ต้นที่เลี้ยงในบ้านอาจใช้เวลานานกว่าจะออกดอก และไม่มีสูตรน้ำรดชนิดใดที่รับประกันว่าจะทำให้ออกดอกเร็วขึ้น ดังนั้น หากต้นไม้ยังไม่ออกดอกแต่ใบแข็งแรงและมีหน่อใหม่ ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเติบโตได้เช่นกัน
สำหรับผู้ที่ปลูกกวักมรกตตามความเชื่อเรื่องโชคลาภ อาจเลือกวางต้นไม้ในบริเวณที่สะอาด มีแสงเหมาะสม และไม่กีดขวางทางเดิน บางคนชอบวางไว้ใกล้ประตูทางเข้า ห้องรับแขก หรือมุมทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศสดชื่นและเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง การเลือกตำแหน่งดังกล่าวเป็นเรื่องของความชอบและความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าต้นไม้สามารถดึงดูดเงินทองได้โดยตรง
สุดท้าย หากอยากให้กวักมรกตแตกหน่อและมีใบเขียวสวย ควรให้ความสำคัญกับการดูแลพื้นฐานก่อนทดลองสูตรบำรุงต่าง ๆ ใช้น้ำสะอาดเป็นหลัก รดเมื่อดินแห้งลงเพียงพอ จัดวางในบริเวณที่มีแสงทางอ้อม เลือกดินที่ระบายน้ำได้ดี และให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม หากจะทดลองใช้น้ำซาวข้าว ควรใช้แบบสะอาดในปริมาณเล็กน้อยและสังเกตอาการของต้นไม้เสมอ เมื่อดูแลได้ตรงกับความต้องการของต้น กวักมรกตก็มีโอกาสเติบโตแข็งแรง แตกหน่อใหม่ตามธรรมชาติ และช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้บ้านได้นาน โดยความเชื่อเรื่องเรียกทรัพย์รับโชคก็สามารถเป็นกำลังใจเล็ก ๆ ให้เจ้าของดูแลต้นไม้ด้วยความสุขและสม่ำเสมอ