Chapter 1: ความผิดพลาดกลางดึกที่ทำให้ผู้ป่วยต้องรอความช่วยเหลือนานหลายชั่วโมง
เหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้แก่สังคมเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลถงจี้ สังกัดวิทยาลัยแพทยศาสตร์ถงจี้ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน โดยผู้ป่วยชายแซ่ถังเดินทางไปโรงพยาบาลในช่วงค่ำวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 เนื่องจากมีอาการปวดบริเวณคอ และได้รับการตรวจเพิ่มเติมด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI
ตามรายงานข่าวของสื่อจีน ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจในช่วงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่จัดท่าให้เขานอนบนเตียงตรวจ พร้อมจัดตำแหน่งศีรษะให้อยู่นิ่งตามขั้นตอน ก่อนเริ่มกระบวนการตรวจวินิจฉัยตามที่ได้รับมอบหมาย
ในช่วงแรก ผู้ป่วยคาดว่าการตรวจจะเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่นาน เนื่องจากการตรวจ MRI แต่ละครั้งมีระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามอวัยวะและรายละเอียดของภาพที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม หลังเวลาผ่านไป เขากลับไม่ได้รับแจ้งว่าการตรวจเสร็จสิ้นแล้วหรือยัง และไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยนำตัวออกจากเตียงตรวจ
เมื่อเวลาผ่านไปนานผิดปกติ ผู้ป่วยเริ่มตระหนักว่าอาจมีบางอย่างไม่เป็นไปตามขั้นตอน เขาจึงพยายามเรียกเจ้าหน้าที่และขอความช่วยเหลือหลายครั้ง แต่ไม่มีผู้ใดตอบกลับอย่างที่ควรจะเป็น
รายงานระบุว่า ผู้ป่วยไม่กล้าขยับตัวออกจากตำแหน่งด้วยตนเอง เพราะยังได้ยินเสียงอุปกรณ์ทำงานและกังวลว่าจะเกิดอันตราย เขาจึงต้องรออยู่ในห้องตรวจ พร้อมตะโกนเรียกคนเป็นระยะตลอดช่วงกลางคืน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เหตุใดจึงไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบห้องตรวจหลังจากระบบบันทึกว่าการตรวจเสร็จสิ้นแล้ว
ความผิดพลาดในการส่งมอบเวรเป็นประเด็นสำคัญ
ข้อมูลจากรายงานข่าวระบุว่า แพทย์ผู้รับผิดชอบได้ออกจากห้องตรวจเพื่อไปจัดการงานอื่น และบันทึกสถานะการตรวจในระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่าเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งที่ผู้ป่วยยังอยู่บนเตียงตรวจ โดยเธอระบุว่าได้แจ้งเพื่อนร่วมงานที่รับช่วงเวรต่อแล้วว่ามีผู้ป่วยอยู่ภายในห้อง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่รับช่วงต่อไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับการนำออกจากเครื่องแล้วหรือไม่ ความผิดพลาดดังกล่าวจึงทำให้ผู้ป่วยถูกปล่อยให้อยู่ในห้องตรวจเป็นเวลานานโดยไม่มีผู้ดูแลอย่างเหมาะสม
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลในระบบเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ การตรวจสอบสถานะผู้ป่วยจริง และการยืนยันว่ากระบวนการตรวจสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
ในสถานพยาบาล การเปลี่ยนเวรเป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเจ้าหน้าที่แต่ละคนอาจรับผิดชอบผู้ป่วยหลายรายพร้อมกัน หากข้อมูลสำคัญตกหล่น แม้เพียงเรื่องเดียว ก็อาจทำให้การดูแลไม่ต่อเนื่องและส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้
กรณีนี้จึงทำให้สังคมหันมาตั้งคำถามถึงระบบกำกับดูแลภายในโรงพยาบาล โดยเฉพาะการตรวจสอบผู้ป่วยที่อยู่ในห้องตรวจ การส่งต่อข้อมูลระหว่างเวร และความรับผิดชอบของบุคลากรทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรักษา
ผู้ป่วยได้รับความช่วยเหลือเมื่อใด
ตามรายงาน ผู้ป่วยยังคงเรียกขอความช่วยเหลือเป็นระยะ จนกระทั่งเวลาประมาณ 6.00 น. ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดเดินเข้ามาในบริเวณดังกล่าวและได้ยินเสียงเรียก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ
ในที่สุด ผู้ป่วยจึงได้รับการนำออกจากเตียงตรวจหลังจากรออยู่เกือบหกชั่วโมง เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยเดินทางมารับบริการทางการแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการเจ็บป่วย แต่กลับต้องเผชิญกับความผิดพลาดในกระบวนการดูแลภายในสถานพยาบาลเสียเอง
กรณีดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจว่า การตรวจทางการแพทย์ไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงเมื่อเครื่องมือทำงานเสร็จ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนสถานะในระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการตรวจสอบตัวผู้ป่วย การช่วยเหลือหลังการตรวจ และการยืนยันว่าผู้ป่วยสามารถออกจากห้องตรวจได้อย่างปลอดภัย
Chapter 2: โรงพยาบาลขอโทษ สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ และเร่งปรับปรุงมาตรการความปลอดภัย
หลังจากเหตุการณ์ได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชน โรงพยาบาลถงจี้ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 เพื่อชี้แจงผลการตรวจสอบเบื้องต้น โดยยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เวรแผนกรังสีวินิจฉัยละเมิดระเบียบการปฏิบัติงานและขั้นตอนการส่งมอบเวร จนทำให้ผู้ป่วยถูกลืมอยู่บนเตียงตรวจเป็นเวลาเกือบหกชั่วโมง