หากมีอาการปวดหรือบวมหลังการใช้งานหรือได้รับบาดเจ็บ สามารถประคบเย็นโดยห่อน้ำแข็งด้วยผ้าก่อนวางบนบริเวณที่เจ็บประมาณ 15–20 นาที และเว้นช่วงก่อนประคบซ้ำ ไม่ควรวางน้ำแข็งลงบนผิวหนังโดยตรง หากมีอาการบวม การยกขาสูงขณะพักอาจช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นได้ แต่หากปวดมากขึ้นอย่างรวดเร็วหรือไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ควรหยุดการดูแลด้วยตัวเองและไปพบแพทย์
สำหรับผู้ที่มีอาการคล้ายข้อเข่าเสื่อม การออกกำลังกายที่เหมาะสมอาจช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อและปรับปรุงการเคลื่อนไหวได้ ตัวอย่างเช่น การเดินในระดับที่เหมาะกับร่างกาย การออกกำลังกายในน้ำ หรือการฝึกกล้ามเนื้อตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด ควรเริ่มจากระดับเบาและเพิ่มความหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากออกกำลังกายแล้วเกิดอาการปวดรุนแรงหรือบวมเพิ่มขึ้น ควรปรับแผนและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดแรงกดบนข้อเข่าและข้อสะโพกได้ ผู้ที่มีน้ำหนักเกินอาจเริ่มจากการปรับอาหารให้สมดุล เลือกแหล่งโปรตีนที่เหมาะสม เพิ่มผักและผลไม้ และลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ควบคู่กับกิจกรรมทางกายที่เหมาะกับสภาพร่างกาย ไม่จำเป็นต้องหักโหมหรือพยายามลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เพราะเป้าหมายสำคัญคือการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือการเลือกใช้ยาแก้ปวด ยาบางชนิดอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคไต โรคกระเพาะ โรคหัวใจ หรือผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ หากต้องการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะเมื่อมีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน ไม่ควรใช้ยาหรืออาหารเสริมที่อ้างว่าสามารถซ่อมแซมกระดูกอ่อนได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีข้อมูลน่าเชื่อถือรองรับ
อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
อาการปวดเข่าบางอย่างอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ต้องได้รับการตรวจโดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
-
ปวดรุนแรงหลังหกล้มหรือได้รับแรงกระแทก
-
ไม่สามารถเดิน ลงน้ำหนัก งอ หรือเหยียดเข่าได้ตามปกติ
-
ข้อเข่าบวมมาก ผิดรูป หรือรู้สึกว่าข้อไม่มั่นคงอย่างชัดเจน
-
ข้อเข่าร้อน แดง บวม และมีไข้หรือหนาวสั่น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ
-
มีอาการปวดและบวมที่ขาข้างเดียวโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อบริเวณนั้นอุ่นหรือแดงผิดปกติ
หากขาข้างหนึ่งบวมและเจ็บผิดปกติ ควรระวังภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก ซึ่งไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ หากมีอาการหายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือเป็นลมร่วมด้วย ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดที่เคลื่อนไปอุดตันหลอดเลือดในปอด
หากอาการปวดไม่ดีขึ้นภายในประมาณสองสัปดาห์ อาการเกิดซ้ำบ่อย รบกวนการนอน หรือทำให้เดินและทำกิจวัตรประจำวันลำบาก ควรนัดพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ แพทย์อาจสอบถามประวัติ ตรวจการเคลื่อนไหวและความมั่นคงของข้อ รวมถึงพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดเข่าจะต้องเอกซเรย์หรือเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องมือขั้นสูงทันที
สำหรับข้อความที่เชื่อมโยงอาการปวดขากับวัคซีนโควิด-19 ควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ อาการปวดกล้ามเนื้อหรือปวดข้ออาจเกิดขึ้นชั่วคราวหลังได้รับวัคซีนบางชนิดได้ แต่ภาพที่แสดงกระดูกหรือบริเวณข้อเข่าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุได้ และไม่ใช่หลักฐานว่าผู้ได้รับวัคซีนจะต้องเกิดโรคกระดูกหรือข้อเสื่อม หากอาการเริ่มหลังฉีดวัคซีน มีความรุนแรง ต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินตามประวัติและอาการจริง แทนการสรุปจากข้อความที่แชร์บนสื่อสังคมออนไลน์
ท้ายที่สุด การดูแลข้อเข่าและขาไม่จำเป็นต้องเริ่มจากวิธีที่ซับซ้อน แต่ควรเริ่มจากการสังเกตอาการ ปรับกิจกรรมให้เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างปลอดภัย และเข้ารับการตรวจเมื่อมีสัญญาณผิดปกติ การไม่ละเลยความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และไม่รีบสรุปสาเหตุด้วยตัวเอง เป็นวิธีสำคัญที่ช่วยให้ได้รับการดูแลตรงจุดและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว