มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงจำนวนมากในแต่ละปี แต่คุณรู้หรือไม่ว่า “สามี” เองก็อาจเป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ภรรยาเสี่ยงต่อโรคนี้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
1. สูบบุหรี่
จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง พบว่าชายชาวจีนกว่า 47.2% มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ ผู้หญิงที่อาศัยอยู่กับคนสูบบุหรี่จะได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่โดยตรง ซึ่งควันบุหรี่จะไปลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เชื้อไวรัส HPV เจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกในที่สุด
2. ไม่ใส่ใจสุขอนามัยส่วนตัว
การละเลยความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ อาจทำให้เชื้อโรคสะสมและแพร่ไปยังคู่ครองได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในช่องคลอด หรือปากมดลูก ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้
3. ปฏิเสธการใช้ถุงยางอนามัย
ผู้ชายจำนวนไม่น้อยมองว่าการใช้ถุงยางทำให้รู้สึกไม่สบายตัว จึงมักละเลยหรือใช้เพียงบางครั้งเท่านั้น หากผู้ชายมีเชื้อไวรัส HPV อยู่ในร่างกาย การไม่ป้องกันย่อมเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้คู่ครองโดยตรง
แพทย์ย้ำว่า “ถุงยางอนามัย” ไม่เพียงแค่ป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกด้วย
4. มีคู่นอนหลายคน
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน มีแนวโน้มทำให้ภรรยาเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกมากกว่าผู้ชายที่ซื่อสัตย์ถึง 4 เท่า เพราะการมีเพศสัมพันธ์กับหลายคนเพิ่มโอกาสในการรับและแพร่เชื้อ HPV ได้ง่ายขึ้น
สัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูก
โรคนี้ในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อเริ่มแสดงอาการ มักเป็นระยะที่โรคดำเนินไปแล้ว ได้แก่:
-
มีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังหมดประจำเดือน
-
มีตกขาวผิดปกติ เช่น ขุ่น มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน
-
ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก น้ำหนักลด ซีด หรือมีอาการปวดในอุ้งเชิงกราน

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
แพทย์แนะนำ “3 ชั้นของการป้องกันมะเร็งปากมดลูก” ได้แก่:
-
ฉีดวัคซีน HPV ตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์จะได้ผลดีที่สุด
-
ตรวจคัดกรองเป็นประจำ เช่น การทำ Pap smear หรือ HPV test
-
รักษาเมื่อพบความผิดปกติระยะเริ่มต้น เพื่อกำจัดเซลล์เสื่อมก่อนกลายเป็นมะเร็ง
นอกจากนี้ ผู้ชายควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสูบบุหรี่ ขาดสุขอนามัย ปฏิเสธการใช้ถุงยาง หรือมีคู่นอนหลายคน เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำร้ายตัวเอง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคนที่รักที่สุด — ภรรยาของคุณ