คนโบราณกล่าวไว้ว่า “ถึงจะจนแค่ไหนก็อย่ากินปลาไหลดูเดือน” ปลาไหลดูเดือนคืออะไร? แล้วทำไมถึงห้ามกิน?
ตามความเชื่อของคนสมัยก่อน “ปลาไหลดูเดือน” หรือที่บางที่เรียกว่า “ปลาไหลเหลือง” เป็นปลาไหลขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง บางคนถึงขั้นเปรียบว่าเทียบเท่ากับโสมเลยทีเดียว
แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนโบราณกลับเตือนว่า “ถึงจะจนก็อย่ากินปลาไหลดูเดือน” — คำพูดนี้ซ่อนความหมายและประสบการณ์บางอย่างไว้เบื้องหลัง
ปลาไหลดูเดือนคืออะไร?
ปลาไหลดูเดือนเป็นปลาไหลนา ที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีลักษณะเฉพาะสองประการสำคัญ
-
มันชอบกินซากสัตว์ โดยเฉพาะซากสุนัขหรือแมวที่ตายตามท้องนา เป็นอาหารโปรดของมัน
-
มันมักจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำในคืนพระจันทร์เต็มดวง เงยหัวมองแสงจันทร์ราวกับกำลัง “ชมพระจันทร์” จึงได้ชื่อว่า “ปลาไหลดูเดือน”
ชาวบ้านเชื่อว่าปลาไหลชนิดนี้ไม่ควรกิน เพราะอาจมีพิษ และบางพื้นที่ก็เล่าต่อกันมาว่า ใครเผลอกินเข้าไปอาจถึงตายได้
ที่มาของความเชื่อ
ตามบันทึกโบราณในสมัยราชวงศ์หมิงของจีน เคยมีเรื่องเล่าว่าชายหนุ่มคนหนึ่งกินปลาไหลดูเดือนแล้วเกิดอาการพิษจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนและอาจเป็นเพียงตำนานพื้นบ้านเท่านั้น
ในความเป็นจริง การบริโภคปลาไหลนาเป็นเรื่องปกติในหลายประเทศ รวมถึงในไทยด้วย ไม่เคยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการกินปลาไหลนาเลย ดังนั้น เรื่อง “ปลาไหลดูเดือนมีพิษ” จึงอาจเป็นเพียงเรื่องเล่าที่เกิดจากความเชื่อเก่าแก่
เหตุผลทางธรรมชาติ
หากใครเคยจับปลาไหลนามาก่อนจะสังเกตได้ว่า บางครั้งมันจะโผล่หัวขึ้นเหนือน้ำ พฤติกรรมนี้เกิดจากน้ำในบริเวณนั้นมีออกซิเจนน้อย ทำให้ปลาไหลต้องโผล่ขึ้นมาหายใจ
ปลาไหลมักจะหากินตอนกลางคืน โดยเฉพาะคืนเดือนหงาย เพราะแสงจันทร์ช่วยให้มันมองเห็นเหยื่อได้ง่าย นี่อาจเป็นที่มาของชื่อ “ปลาไหลดูเดือน” และก็เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านจับมันได้บ่อยที่สุด
ทำไมปลาไหลใหญ่ถึงไม่ควรกิน
มีความเชื่ออีกอย่างว่า “ปลาไหลยิ่งใหญ่ ยิ่งไม่อร่อย” และอาจเป็น “ปลาไหลดูเดือน” ที่กินซากสัตว์เป็นอาหาร ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ก็มีเหตุผลรองรับ — ปลาไหลเป็นสัตว์นักล่า กินปลาตัวเล็ก กุ้ง เขียด และแม้แต่ซากสัตว์ที่ตายแล้ว
ปลาไหลขนาดใหญ่จึงอาจสะสมแบคทีเรียและพยาธิจากสิ่งที่มันกิน ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค
นอกจากนี้ ปลาไหลทุกชนิดมีพิษในเลือด โดยพิษนี้ไม่ได้อยู่ในเนื้อแต่จะอยู่ในเลือด และยิ่งตัวใหญ่พิษก็ยิ่งเข้มข้น หากไม่ปรุงให้สุกทั่วถึง พิษในเลือดอาจไม่ถูกทำลายและทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้
ดังนั้น หากจะกินปลาไหล ควรเลือกปลาไหลตัวขนาดเล็ก ล้างและปรุงให้สุกด้วยความร้อนสูง พิษจะถูกทำลายหมด ทำให้ปลอดภัยและอร่อยกว่า
สรุป
คำโบราณที่ว่า “ถึงจะจนแค่ไหนก็อย่ากินปลาไหลดูเดือน” ไม่ได้หมายถึงความเชื่อโชคลางเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สะท้อนประสบการณ์และความเข้าใจธรรมชาติของสัตว์น้ำชนิดนี้
เพราะบางครั้ง คำเตือนของคนรุ่นก่อน อาจเป็น “วิทยาศาสตร์แบบบ้าน ๆ” ที่ช่วยให้เราปลอดภัยโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง