เกิดกรณีที่สร้างความตระหนักอย่างมากในวงการแพทย์ เมื่อ นางสมฤทัย พ. อายุ 57 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ พบก้อนเล็ก ๆ ขนาดเท่าเมล็ดถั่วบริเวณหน้าอกด้านซ้ายเมื่อปีที่ผ่านมา แต่เพราะไม่มีอาการเจ็บปวด เธอจึงคิดว่าเป็นเพียงก้อนธรรมดาและละเลยการตรวจ จนกระทั่งช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้าเริ่มมีของเหลวไหลออกจากเต้านมและเกิดความผิดปกติหลายอย่าง จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ ผลตรวจพบว่าเป็น มะเร็งเต้านมระยะที่ 3 และต้องเข้ารับการผ่าตัดเอาเต้านมออกหนึ่งข้างอย่างเร่งด่วน
ระหว่างการซักประวัติทีมแพทย์พบปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่หลายครอบครัวมักมองข้าม นั่นคือ สามีของเธอสูบบุหรี่ประจำภายในบ้านมานานหลายปี และลูกชายคนโตเองก็สูบบุหรี่เช่นกัน ส่งผลให้สมฤทัยต้องสูดดมควันบุหรี่แบบพาสซีฟทุกวันมาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่งานวิจัยระดับนานาชาติระบุว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม
แพทย์เผยว่า จากข้อมูลสถิติพบว่าผู้หญิงจำนวนมากที่ต้องอยู่ใกล้ควันบุหรี่เป็นเวลานาน แม้ไม่ได้สูบเอง ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งควันบุหรี่ยังมีสารก่อมะเร็งหลายชนิดที่สามารถเข้าสู่ร่างกาย กระทบดีเอ็นเอของเซลล์ ทำให้เซลล์เต้านมเปลี่ยนแปลงผิดปกติและเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้
พฤติกรรมเสี่ยงที่ 1: การสูบบุหรี่และการรับควันบุหรี่ในบ้าน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้หญิงที่ต้องสัมผัสควันบุหรี่เป็นประจำมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมสูงขึ้นกว่าคนทั่วไป แม้ไม่สูบบุหรี่เองก็ตาม ในกลุ่มผู้หญิงที่สูบบุหรี่หลังวัยหมดประจำเดือน ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 16% และแม้คนที่เคยสูบมาก่อนแล้วเลิก ความเสี่ยงยังคงสูงกว่าคนไม่สูบถึง 9% สำหรับผู้ที่สัมผัสควันบุหรี่มานานหลายปี เช่น ในกรณีของสมฤทัย ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มสูงขึ้นด้วยกลไกสารพิษในควันบุหรี่ที่สะสมในร่างกาย โดยเฉพาะหากไม่มีพื้นที่ปลอดบุหรี่ภายในบ้าน
พฤติกรรมเสี่ยงที่ 2: การใช้ยาคุมกำเนิดแบบยาวนาน
นอกจากควันบุหรี่แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่แพทย์เตือนคือการใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานเกินไป โดยเฉพาะในผู้หญิงยุคใหม่ที่นิยมใช้ยาคุมแบบรายเดือนมากกว่าวิธีอื่น งานวิจัยในเดนมาร์กที่ติดตามผู้หญิงกว่า 1.8 ล้านรายตลอด 10 ปี พบว่า ในจำนวนผู้หญิง 100,000 คนที่ใช้ยาคุม จะมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นประมาณ 13 รายต่อปี นอกจากนี้การวิเคราะห์ข้อมูลจาก 54 งานวิจัยรวมกันกว่า 150,000 คนยังชี้ชัดว่าผู้ที่เคยใช้ยาคุมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 7% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยใช้เลย สาเหตุคาดว่าเกิดจากฮอร์โมนในยาคุมที่ส่งผลต่อการแบ่งตัวของเซลล์เต้านม ทำให้เซลล์ผิดปกติเติบโตได้ง่ายขึ้น
แพทย์เตือนว่าความเสี่ยงจากยาคุมไม่ได้รุนแรงถึงขั้นต้องงดใช้ทั้งหมด แต่ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนใช้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เช่น ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม การดื่มแอลกอฮอล์ประจำ หรือสัมผัสควันบุหรี่เป็นเวลานาน ควรได้รับการตรวจติดตามเต้านมอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
ข้อแนะนำสำคัญสำหรับครอบครัวไทย
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพย้ำว่า ความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้หญิงเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมภายในบ้านและพฤติกรรมของคนในครอบครัว โดยเฉพาะสามีหรือบุตรที่สูบบุหรี่ ดังนั้นควรเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมร่วมกัน เช่น เลิกสูบบุหรี่หรือกำหนดพื้นที่ปลอดบุหรี่ในบ้าน รวมถึงให้ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดเป็นประจำได้รับคำแนะนำจากแพทย์และตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว