โรคเบาหวานถือเป็นโรคเรื้อรังที่ค่อย ๆ พัฒนาโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองกำลังมีระดับน้ำตาลสูงเกินไป จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไต ตาเสื่อม เส้นประสาทถูกทำลาย หรือแม้กระทั่งแผลเรื้อรังที่เท้า
แพทย์ชี้ว่า “เท้า” เป็นหนึ่งในอวัยวะที่สะท้อนระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุด เพราะเส้นประสาทและหลอดเลือดส่วนปลายไวต่อความผิดปกติของร่างกาย หากน้ำตาลสูงเป็นเวลานาน เท้าจะเริ่มแสดงสัญญาณก่อนส่วนอื่นเสมอ
และนี่คือ 12 อาการที่เท้าและร่างกายส่งสัญญาณเตือนว่าคุณอาจกำลังเข้าใกล้โรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัว
1. ชาปลายเท้าบ่อย ๆ
เกิดจากเส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลายเพราะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง
2. เท้าเย็นหรืออุ่นผิดปกติ
อาจเกิดจากการไหลเวียนเลือดลดลง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน
3. ตะคริวที่เท้าหรือขาในเวลากลางคืน
มักเกิดจากหลอดเลือดส่วนปลายตีบ
4. ผิวเท้าแห้ง แตกง่าย
เพราะเส้นประสาทควบคุมต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติ
5. แผลที่เท้าหายช้า
เป็นอาการคลาสสิกของผู้ป่วยเบาหวาน
6. เท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ
เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนเลือดและการทำงานของไต

7. มีอาการปวดแสบร้อนที่ฝ่าเท้า
เกิดจากระบบประสาทส่วนปลายเสียหาย
8. ผิวเท้าหรือเล็บเปลี่ยนสี
อาจเป็นผลจากการติดเชื้อรา ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่น้ำตาลสูง
9. มีกลิ่นเท้าแรงผิดปกติ
เท้าแห้ง แตก และติดเชื้อทำให้กลิ่นรุนแรงขึ้น
10. ขนที่ขาหายไปหรือบางลง
บ่งบอกถึงการไหลเวียนเลือดไม่ปกติ
11. รู้สึกเหนื่อยง่าย กระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะมาก
เป็นอาการทั่วไปของระดับน้ำตาลสูง
12. น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
ร่างกายใช้ไขมันและกล้ามเนื้อแทนน้ำตาล ทำให้น้ำหนักลดเร็ว

ควรทำอย่างไรหากพบว่าตัวเองมีหลายอาการ?
แพทย์แนะนำให้ตรวจสุขภาพทันที โดยเฉพาะการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด, HbA1c และการทำงานของไต เพราะโรคเบาหวานหากพบเร็ว สามารถควบคุมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้
คำแนะนำเบื้องต้น:
-
ควบคุมอาหาร ลดของหวานและแป้งขัดสี
-
เดินหรือออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที/วัน
-
ดื่มน้ำมากขึ้น
-
สวมรองเท้าที่นิ่มและพอดี
-
ตรวจเท้าทุกวันว่ามีแผลหรือไม่
สรุป
แม้หลายคนจะไม่คิดว่า “เท้า” จะเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน แต่แท้จริงแล้วเป็นอวัยวะแรก ๆ ที่ส่งสัญญาณเตือน หากคุณมี 12 อาการเหล่านี้ซ้ำ ๆ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพก่อนที่โรคจะลุกลาม