แพทย์เตือน! อย่ามองข้าม "2 อาการคัน 2 กลิ่นเหม็น" สัญญาณเตือนโรคร้าย

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px
แพทย์เตือน! อย่ามองข้ามอาการเล็กๆจากร่างกาย เช็กด่วน “2 อาการคัน 2 กลิ่นเหม็น” สัญญาณเตือนโรคร้าย ปล่อยไว้ เสี่ยงเป็นมะเร็งตับ

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ ชายชาวจีนรายหนึ่งวัย 40 ปี ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะที่ 3 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เขามีอาการหลายอย่าง ตั้งแต่ตาและผิวหนังผิดปกติ มือซีด ความอยากอาหารลดลง ไปจนถึงอาการปวดตื้อบริเวณชายโครงด้านขวา
7 dấu hiệu ung thư gan nhất định không được bỏ qua


ทว่าเจ้าตัวกลับมองว่าเป็นเพียงอาการป่วยทั่วไป กระทั่งอาการปวดบริเวณดังกล่าวรุนแรงขึ้นจึงตัดสินใจไปตรวจ ซึ่งเมื่อพบแพทย์จึงทราบว่า ก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่และเริ่มลุกลามแล้ว

แพทย์ผู้ดูแลให้ข้อมูลว่า โรคตับ โดยเฉพาะมะเร็งตับ มักถูกพบช้า เนื่องจากตับมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองสูง ไม่มีเส้นประสาทรับความเจ็บปวดโดยตรง และอาการเริ่มต้นมักไม่ชัดเจนจนทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดหรือมองข้ามไป

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สัญญาณ “2 อาการคัน 2 กลิ่นเหม็น” คือคำเตือนสำคัญของมะเร็งตับที่ไม่ควรละเลย ได้แก่
1. คันผิวหนัง
อาการคันจากความผิดปกติของตับมักเกิดร่วมกับภาวะตัวเหลือง เป็นอาการที่เรื้อรัง รุนแรง และไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยาทาภายนอก สาเหตุมาจากการที่ตับขจัดสารพิษได้ลดลง ทำให้น้ำดีสะสมใต้ผิวหนัง กระตุ้นปลายประสาทจนเกิดอาการคัน

2. คันตา ตาแห้ง
อาการคันตาจากโรคตับมักมาพร้อมตาแห้งหรือดวงตาเป็นสีเหลือง และอาจไวต่อแสงจนทำให้เคืองตาหรือมีน้ำตาไหลง่าย เป็นผลจากความไม่สมดุลของของเหลวและสารพิษในร่างกายที่ส่งผลต่อเยื่อบุตาและอวัยวะที่ไวต่อความระคายเคือง
Hai bộ phận trên cơ thể ngứa ngáy là dấu hiệu của bệnh ung thư gan, nhiều  người lại lầm tưởng là dị ứng

3. กลิ่นปากรุนแรงผิดปกติ
หากมีกลิ่นปากแรง แม้จะทำความสะอาดช่องปากอย่างดี และมาพร้อมอาการขมปากหรือปากแห้ง อาจบ่งบอกว่าตับกำลังสะสมสารพิษ เนื่องจากตับไม่สามารถเปลี่ยนสารบางชนิด เช่น แอมโมเนีย ให้เป็นของเสียที่ปลอดภัยได้ ทำให้สารเหล่านี้ระบายออกผ่านลมหายใจ


4. เหงื่อมีกลิ่นแรงและเหนียวผิดปกติ
เมื่อการทำงานของตับลดลง ร่างกายจะขับสารพิษออกทางเหงื่อมากขึ้น ส่งผลให้เหงื่อมีกลิ่นแรง สีเหลืองขึ้น และเหนียวกว่าปกติ

นอกจากอาการ “2 อาการคัน 2 กลิ่นเหม็น” แล้ว มะเร็งตับยังมาพร้อมอาการตัวเหลืองชัดเจน ปวดแน่นชายโครงขวา อ่อนล้าเรื้อรัง และน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งมักเป็นสัญญาณว่าก้อนเนื้อเริ่มกระทบต่อการทำงานของตับอย่างรุนแรง

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี/ซี ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง หรือผู้ที่เป็นโรคตับไขมัน ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ ทั้งการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์ เนื่องจากการค้นพบมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นเป็นกุญแจสำคัญต่อการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน