ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องโลหะหนักปนเปื้อนในอาหารทะเลถูกจับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะ “สารปรอท (Mercury)” ซึ่งเป็นโลหะหนักอันตราย สามารถสะสมในร่างกายได้อย่างยาวนาน หากบริโภคติดต่อกันอาจทำลายระบบประสาท ไต หัวใจ และเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์![]()
แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่คิดว่าอันตรายนี้มักพบในปลาทะเลลึกราคาแพง แต่ความจริงแล้ว มี ปลาหลายชนิดที่ขายอยู่ในตลาดสดทั่วไป ซึ่งก็ถูกตรวจพบว่ามีระดับปรอทสูงไม่แพ้กัน จนถูกตั้งฉายาว่า “อมพิษ–อัดปรอท” และควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
ด้านล่างคือ 5 ชนิดปลาที่พบได้บ่อยตามตลาด แต่แฝงความเสี่ยงสูงกว่าที่คิด
1. ปลาอินทรี
ปลาอินทรีเป็นปลายอดนิยมในครัวไทย ทั้งทอดน้ำปลา แกงส้ม และอบเกลือ แต่ตามรายงานด้านความปลอดภัยอาหาร ปลาชนิดนี้ติดอันดับปลาโลหะหนักสูงมาตลอด เพราะเป็นปลานักล่าที่เติบโตเร็วและสะสมปรอทจากห่วงโซ่อาหาร
การบริโภคบ่อยครั้งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบประสาท โดยเฉพาะในเด็กและแม่ตั้งครรภ์
2. ปลาทูน่าตัวใหญ่
ในตลาดสดหรือร้านขายปลา มักพบเนื้อปลาทูน่าขนาดใหญ่หั่นเป็นชิ้นสำหรับทำสเต็กหรือทำแกง แต่ปลาทูน่าทะเลลึก โดยเฉพาะตัวใหญ่ มีระดับ methylmercury สูงอย่างมาก
แม้รสชาติดีและราคาไม่แพง แต่หากกินบ่อยอาจสะสมพิษจนกระทบหัวใจ ระบบประสาท และสมองของเด็กเล็ก
3. ปลาฉลาม/ปลาฉลามหนุ่ม
ปลาฉลามหรือปลาฉลามหนุ่มเป็นปลาที่พบตามตลาดชายทะเลหรือจุดขายอาหารทะเลทั่วไป หลายคนซื้อเพราะเนื้อแน่น ทำอาหารได้หลากหลาย แต่ปลาฉลามคือสัตว์บนสุดของห่วงโซ่อาหาร จึงสะสมปรอทในระดับสูงมากกว่าปลาทะเลทั่วไปหลายเท่า
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หลีกเลี่ยงเป็นพิเศษ เพราะปรอทในปลาฉลามสามารถสะสมในร่างกายมนุษย์ได้ยาวนานถึงหลายปี
4. ปลามาร์ลิน/ปลากระโทง
แม้มักขายในรูปแบบแช่แข็ง แต่ปลากระโทงเป็นอีกหนึ่งปลาที่พบระดับโลหะหนักสูง เนื่องจากเป็นนักล่าขนาดใหญ่และมีอายุยืน การรับประทานบ่อยครั้งอาจเพิ่มภาระให้หัวใจและระบบประสาท
ในหลายประเทศ ปลาชนิดนี้ถูกจัดให้เป็นปลา “ความเสี่ยงสูง” สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
5. ปลาดาบ/ปลามงใหญ่
ปลาดาบเป็นปลาที่เนื้อแน่น ทำสเต็กอร่อย และบางตลาดก็มีขายอยู่เรื่อย ๆ แต่เป็นหนึ่งในปลาที่ถูกเตือนเรื่องปรอทสูงที่สุดในโลก เนื่องจากอายุยืนและเป็นผู้ล่าตามธรรมชาติ
ผู้บริโภคที่รับประทานเป็นประจำอาจเผชิญปัญหาชา ปวดศีรษะ หรือความผิดปกติด้านระบบประสาทหากได้รับปรอทสะสมในปริมาณมาก
ทำไมปลาตลาดบางชนิดถึงอัดปรอทสูงกว่าปกติ?
มี 3 ปัจจัยหลัก:
-
เป็นปลานักล่าขนาดใหญ่ จึงกินสัตว์อื่นที่มีสารปนเปื้อนอยู่แล้ว ทำให้สะสมทวีคูณ
-
อายุยืน ยิ่งนาน ยิ่งสะสมโลหะหนักเพิ่มขึ้น
-
แหล่งน้ำปนเปื้อน พื้นที่ประมงจำนวนมากได้รับผลกระทบจากของเสียอุตสาหกรรม
ปรอทที่อยู่ในปลาเป็นแบบ methylmercury ซึ่งเป็นรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายที่สุดและกำจัดออกได้ช้าที่สุด

ควรกินปลาอย่างไรให้ปลอดภัย?
-
เลือกปลาขนาดเล็ก เช่น ปลาทู ปลาซิว ปลาสร้อย
-
กินปลาให้หลากหลาย อย่ากินชนิดเดิมซ้ำ ๆ
-
หญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็กควรหลีกเลี่ยงปลานักล่าทุกชนิด
-
ซื้อปลาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
-
เลือกปลาน้ำจืดหรือปลาที่ไม่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร
สรุป
แม้ว่าปลาจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ปลาสามัญตามตลาดบางชนิดอาจเป็น “ระเบิดเวลาสารพิษ” หากมีสารปรอทสะสมสูง การรู้จักเลือกปลาที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงปลา 5 ชนิดในกลุ่ม “อมพิษ–อัดปรอท” จะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของคุณและครอบครัวได้อย่างมาก