ผู้สูงอายุเกิน 70 ปี ระวังภาวะขาดสารอาหาร 9 ผลกระทบที่ไม่ควรมองข้าม
กินอาหารน้อยหรือไม่ครบหมู่อาจกระทบกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกัน และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุได้
Chapter 1: 5 ผลกระทบของภาวะขาดสารอาหารที่อาจเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ
เมื่ออายุมากกว่า 70 ปี ความต้องการพลังงานและสารอาหารอาจเปลี่ยนไปตามกิจกรรม สุขภาพ และโรคประจำตัว แม้บางคนจะรับประทานอาหารได้ในปริมาณน้อยลง แต่ก็ยังจำเป็นต้องได้รับโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และพลังงานอย่างเหมาะสม หากกินอาหารไม่เพียงพอเป็นเวลานาน ร่างกายอาจเริ่มสูญเสียกล้ามเนื้อ อ่อนแรง และฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยได้ช้าลง
ภาวะขาดสารอาหารไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนที่มีรูปร่างผอมเท่านั้น ผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติหรือมีน้ำหนักเกินก็อาจได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอได้เช่นกัน ดังนั้น การสังเกตคุณภาพของอาหาร น้ำหนักตัว และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันจึงสำคัญไม่แพ้การดูตัวเลขบนเครื่องชั่ง
1. กล้ามเนื้อลดลงและแรงกายน้อยลง
หนึ่งในผลกระทบสำคัญของการได้รับพลังงานและโปรตีนไม่เพียงพอคือการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ผู้สูงอายุอาจเริ่มรู้สึกว่าลุกจากเก้าอี้ลำบาก เดินได้ระยะทางสั้นลง หรือยกสิ่งของที่เคยยกได้ไม่สะดวกเหมือนเดิม
หากกล้ามเนื้ออ่อนแรงต่อเนื่อง การเดิน การขึ้นบันได และการทำงานบ้านอาจยากขึ้น ส่งผลให้ต้องพึ่งพาผู้อื่นมากกว่าเดิม การดูแลจึงควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนเหมาะสม เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ ถั่ว และผลิตภัณฑ์นมที่เหมาะกับแต่ละคน ควบคู่กับกิจกรรมเสริมกำลังกล้ามเนื้อตามความสามารถ
2. ภูมิคุ้มกันอาจทำงานได้ไม่เต็มที่
ร่างกายต้องใช้สารอาหารหลายชนิดเพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน หากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอเป็นเวลานาน ความสามารถในการรับมือกับการติดเชื้อและการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยอาจลดลงได้
ผู้สูงอายุที่กินอาหารได้น้อยจึงควรได้รับการดูแลเรื่องโภชนาการอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีโรคเรื้อรังหรือเพิ่งผ่านการเจ็บป่วย ไม่ควรซื้อวิตามินหรืออาหารเสริมหลายชนิดมารับประทานเองโดยไม่ตรวจสอบความจำเป็น เพราะบางชนิดอาจไม่เหมาะกับโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่
3. แผลหายช้ากว่าที่ควร
การซ่อมแซมเนื้อเยื่อต้องอาศัยพลังงาน โปรตีน และสารอาหารที่จำเป็น หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอ กระบวนการสมานแผลอาจช้าลง และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจเพิ่มขึ้น
ผู้ดูแลควรสังเกตบาดแผล รอยแดง หรือผิวหนังบริเวณที่ถูกกดทับเป็นเวลานาน หากมีแผลที่ไม่ดีขึ้น แผลมีหนอง หรือผิวหนังเปลี่ยนแปลงผิดปกติ ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจประเมิน พร้อมทบทวนอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มอาหารชนิดเดียวโดยไม่พิจารณาภาพรวม
4. เสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหักมากขึ้น
เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรงและการทรงตัวลดลง ผู้สูงอายุอาจเสียสมดุลได้ง่ายขึ้น การหกล้มจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่เดินไม่มั่นคงหรือมีประวัติหกล้มมาก่อน
การดูแลควรทำควบคู่กันหลายด้าน ทั้งการรับประทานอาหารให้เพียงพอ การฝึกกำลังและการทรงตัวตามความเหมาะสม การตรวจสายตา และการจัดบ้านให้ปลอดภัย เช่น เก็บสายไฟให้เรียบร้อย เพิ่มแสงสว่าง และลดสิ่งกีดขวางบริเวณทางเดิน หากสงสัยว่ามีกระดูกหักหลังการหกล้ม ควรรีบรับการตรวจทางการแพทย์
5. อ่อนเพลียและใช้ชีวิตประจำวันได้ยากขึ้น
เมื่อได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ผู้สูงอายุอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรงทำกิจกรรม หรือไม่อยากออกไปพบปะผู้คน อาการเหล่านี้อาจทำให้กิจกรรมทางกายลดลง และส่งผลต่อความแข็งแรงในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความเหนื่อยล้าไม่ได้เกิดจากภาวะขาดสารอาหารเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรัง ภาวะโลหิตจาง ปัญหาการนอน หรือผลข้างเคียงจากยา หากอ่อนเพลียต่อเนื่อง น้ำหนักลด หรือรับประทานอาหารได้น้อยลง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
Chapter 2: อีก 4 ผลกระทบ พร้อมวิธีป้องกันภาวะขาดสารอาหาร
6. น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
หากเสื้อผ้าหลวมขึ้น เข็มขัดต้องปรับให้แน่นกว่าเดิม หรือใบหน้าและแขนขาดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่ได้ตั้งใจ