การชั่งน้ำหนักเป็นระยะและบันทึกความอยากอาหารช่วยให้ครอบครัวสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น หากน้ำหนักลดอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อประเมินภาวะโภชนาการและค้นหาสาเหตุ เช่น ปัญหาการเคี้ยว การกลืน ผลข้างเคียงจากยา หรือโรคที่ทำให้กินได้น้อยลง
7. สุขภาพกระดูกอาจได้รับผลกระทบ
กระดูกต้องอาศัยสารอาหารหลายชนิด รวมถึงโปรตีน แคลเซียม และวิตามินดี เพื่อช่วยรักษาความแข็งแรง การได้รับสารอาหารไม่เพียงพออาจมีส่วนทำให้สุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อแย่ลง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนอยู่แล้ว
ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย เลือกแหล่งแคลเซียมที่เหมาะสม เช่น นม โยเกิร์ต หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่เสริมแคลเซียมตามความเหมาะสม และสอบถามแพทย์เกี่ยวกับความจำเป็นในการตรวจสุขภาพกระดูกหรือรับวิตามินเสริม ไม่ควรรับประทานแคลเซียมหรือวิตามินดีขนาดสูงโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
8. ความจำและสมาธิอาจได้รับผลกระทบ
การรับประทานอาหารไม่เพียงพออาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและส่งผลต่อความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ผู้สูงอายุบางคนอาจมีสมาธิลดลงหรือรู้สึกไม่สดชื่น แต่ไม่ควรสรุปว่าอาการหลงลืมทุกชนิดเกิดจากการขาดสารอาหาร
หากมีความสับสนเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน พูดไม่ชัด ซึมลง หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ควรรีบรับการประเมินทางการแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันได้ ส่วนปัญหาความจำที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงควรได้รับการตรวจหาสาเหตุอย่างเป็นระบบ
9. ฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยได้ช้าลง
เมื่อร่างกายขาดพลังงานและสารอาหารที่จำเป็น การรักษาความแข็งแรงและการซ่อมแซมเนื้อเยื่ออาจทำได้ยากขึ้น ผู้สูงอายุที่ป่วยหรือเข้ารับการผ่าตัดจึงอาจต้องได้รับการดูแลด้านอาหารอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้กลับมาทำกิจกรรมประจำวันได้ตามความสามารถ
การดูแลโภชนาการควรเริ่มจากการประเมินว่าได้รับอาหารและโปรตีนเพียงพอหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบปัญหาการเคี้ยวและการกลืน หากรับประทานอาหารตามปกติไม่ได้ แพทย์หรือนักกำหนดอาหารอาจพิจารณาแนวทางโภชนบำบัดที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
วิธีดูแลอาหารผู้สูงอายุให้ครบถ้วนและเหมาะสม
รับประทานอาหารให้หลากหลาย: ในแต่ละวันควรมีแหล่งโปรตีน ผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารที่ให้พลังงานอย่างเหมาะสม หากรับประทานอาหารมื้อใหญ่ไม่ไหว อาจแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ หลายครั้งตามความเหมาะสม
ใส่ใจโปรตีนทุกมื้อ: เลือกไข่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เต้าหู้ ถั่ว หรือนมตามความชอบและข้อจำกัดด้านสุขภาพ ผู้ที่มีโรคไตบางระยะอาจต้องปรับปริมาณโปรตีน จึงควรรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
ดูแลช่องปากและการกลืน: หากเคี้ยวลำบาก ควรปรับเนื้อสัมผัสของอาหารให้เหมาะสมและตรวจสุขภาพฟัน หากไอหรือสำลักระหว่างรับประทานอาหารบ่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรฝืนกินอาหารที่กลืนไม่ปลอดภัย
กินอาหารร่วมกับครอบครัวเมื่อทำได้: บรรยากาศที่ผ่อนคลายและการมีเพื่อนร่วมโต๊ะอาจช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่คนเดียวหรือมีความเหงา
สังเกตสัญญาณเตือน: หากกินได้น้อยลงหลายวัน น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ อ่อนแรง หรือมีแผลหายช้า ควรขอคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการชัดเจนมากขึ้นก่อนเริ่มดูแล
สรุป
ภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุไม่ได้หมายถึงการผอมลงเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกัน สุขภาพกระดูก การฟื้นตัว และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน การใส่ใจอาหารที่รับประทาน น้ำหนักตัว ความอยากอาหาร และกำลังในการทำกิจกรรมจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพหลังอายุ 70 ปี
หากสงสัยว่าผู้สูงอายุได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารประเมินและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม เพราะการแก้ไขตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยรักษาความแข็งแรงและคุณภาพชีวิตได้ดีกว่าการปล่อยให้ปัญหาดำเนินต่อไป