ข่าว 06/04/2026 18:05

เปิดโปงขบวนการทมิฬ วางยานักปีนเขาเอเวอเรสต์ หลอกเคลมประกันกว่า 600 ล้าน

ช็อกวงการยอดเขาโลก เมื่อไกด์รวมหัววางยานักท่องเที่ยว หวังเงินประกันมหาศาล

กลายเป็นข่าวที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลสุดฉาวเกี่ยวกับขบวนการฉ้อโกงประกันภัยครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล โดยเฉพาะในพื้นที่เส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอย่างเอเวอเรสต์ เรื่องราวนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโกงเอกสารธรรมดา แต่กลับมีการกระทำที่โหดเหี้ยมถึงขั้น "วางยา" นักปีนเขาเพื่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย จนต้องเรียกใช้บริการเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยเพื่อนำไปเบิกเงินจากบริษัทประกันภัย รวมมูลค่าความเสียหายที่ตรวจพบในเบื้องต้นสูงถึงกว่า 653 ล้านบาท
Image preview

จุดเริ่มต้นของแผนการลวงโลก

ทางการเนปาลและหน่วยงานสอบสวนกลางได้ใช้เวลาติดตามพฤติกรรมความผิดปกติของบริษัทนำเที่ยว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบางกลุ่มมาเป็นระยะเวลานาน จนกระทั่งสามารถรวบรวมหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า มีการทำกันเป็นขบวนการใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว ไกด์นำทาง เจ้าของบริษัทเฮลิคอปเตอร์ และเจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาลบางแห่ง

วิธีการที่กลุ่มคนเหล่านี้ใช้คือการคัดเลือกนักท่องเที่ยวที่มีการทำประกันอุบัติเหตุและการเดินทางในวงเงินสูง จากนั้นเมื่อออกเดินทางไปยังพื้นที่สูง ไกด์ที่ควรจะทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยกลับแอบผสมสารบางอย่างลงในอาหารหรือเครื่องดื่มของนักปีนเขา สารดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นจำพวกผงฟูหรือสารที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียอย่างรุนแรง

เล่ห์เหลี่ยมการสร้างสถานการณ์กู้ภัย

เมื่อนักปีนเขาเริ่มมีอาการป่วย ซึ่งมักจะแยกได้ยากจากอาการแพ้ความสูงตามปกติ ไกด์จะทำการข่มขวัญนักท่องเที่ยวว่าอาการเหล่านั้นเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต และจำเป็นต้องเรียกเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยเป็นการด่วนเพื่อลงไปยังที่ต่ำหรือส่งโรงพยาบาลในเมืองหลวง

ในขั้นตอนนี้เองที่ขบวนการจะเริ่มทำงานสอดประสานกัน:

  1. ฝ่ายจัดการ: จะทำหน้าที่ประสานงานกับบริษัทเฮลิคอปเตอร์ที่เป็นพวกเดียวกัน

  2. ฝ่ายขนส่ง: เฮลิคอปเตอร์จะบินมารับนักท่องเที่ยว โดยมีการคิดค่าบริการที่สูงเกินจริงหลายเท่าตัว

  3. ฝ่ายการแพทย์: เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ร่วมขบวนการจะออกใบรับรองแพทย์ที่ระบุอาการเกินจริง หรือสร้างข้อมูลเท็จขึ้นมาเพื่อให้เข้าเงื่อนไขการเบิกเคลมประกันภัย

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวระดับโลก

จากรายงานระบุว่ามีนักปีนเขาตกเป็นเหยื่อในขบวนการนี้มากกว่า 4,800 คน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ฝันจะพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ หากความปลอดภัยขั้นพื้นฐานถูกทำลายลงด้วยความโลภของคนเพียงบางกลุ่ม ย่อมส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเนปาลที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก

นอกจากนี้ บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มมีการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินจากกรณีการกู้ภัยในเนปาลอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้นักปีนเขารุ่นต่อ ๆ ไปต้องแบกรับค่าเบี้ยประกันที่สูงขึ้น หรืออาจจะหาบริษัทที่รับรองความเสี่ยงในพื้นที่นี้ได้ยากกว่าเดิม

การกวาดล้างและบทลงโทษ

ปัจจุบันทางการเนปาลได้ดำเนินการจับกุมผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายสิบราย รวมถึงมีการสั่งพักใบอนุญาตบริษัทนำเที่ยวและบริษัทเฮลิคอปเตอร์ที่มีส่วนพัวพันกับคดีนี้อย่างเด็ดขาด ทางรัฐบาลได้ออกมาแถลงการณ์ยืนยันว่าจะทำความสะอาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กลับมาโปร่งใสและปลอดภัยอีกครั้ง เพื่อรักษามนต์เสน่ห์ของเทือกเขาหิมาลัยให้คงอยู่ต่อไป

ข้อควรระวังสำหรับนักปีนเขาและนักเดินทาง

สำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติในพื้นที่สูง ควรมีมาตรการป้องกันตัวเองดังนี้:

  • เลือกบริษัทนำเที่ยวที่มีชื่อเสียง: ตรวจสอบประวัติและการรับรองจากหน่วยงานราชการอย่างละเอียด

  • สังเกตความผิดปกติ: หากรู้สึกว่าไกด์พยายามยัดเยียดให้ใช้บริการกู้ภัยทั้งที่อาการไม่ได้รุนแรง ควรมีสติและประเมินสถานการณ์ร่วมกับเพื่อนร่วมทาง

  • เก็บหลักฐาน: บันทึกภาพถ่ายหรือวิดีโอของอาหาร การรักษา และเอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง

เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่บอกให้เรารู้ว่า แม้ในสถานที่ที่สูงส่งและสวยงามที่สุดในโลก ก็ยังมีเงามืดของความโลภซ่อนอยู่ การรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเหล่านี้จึงเป็นอาวุธสำคัญสำหรับนักเดินทางทุกคน

บทความในหมวดเดียวกัน

บทความใหม่

ผักชนิดนี้มีธาตุเหล็กมากกว่าเนื้อวัวถึง 6 เท่า ช่วยบำรุงสุขภาพ: ขึ้นเต็มตามมุมสวน แถมยังใ

ผักชนิดนี้มีธาตุเหล็กมากกว่าเนื้อวัวถึง 6 เท่า ช่วยบำรุงสุขภาพ: ขึ้นเต็มตามมุมสวน แถมยังใ

ผักพื้นบ้านใกล้ตัว ธาตุเหล็กสูงกว่าที่คิด กินถูกวิธีช่วยบำรุงเลือดและสุขภาพ

สุขภาพ 07/04/2026 11:24