เขาขมวดคิ้ว
“ใครบอกว่าเธอต้องย้าย?”
ผมก้มหน้า
“ทุกคนบอกว่าคุณคงไม่อยากเลี้ยงผมแล้ว”
นทีวางเอกสารลง
เขามองผมอยู่นาน ก่อนเดินเข้ามานั่งตรงหน้า
แล้วพูดเพียงประโยคเดียว
“แม่ของเธอฝากเธอไว้กับฉัน แล้วฉันจะทิ้งเธอได้อย่างไร?”
ผมนิ่งไป
น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดหลายวันไหลออกมาในที่สุด
“แต่ผมไม่ใช่ลูกคุณ…”
นทีส่ายหน้า
“เธอไม่จำเป็นต้องมีนามสกุลเดียวกับฉัน ถึงจะเป็นลูกของฉัน”
คำนั้นทำให้ผมร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
เป็นครั้งแรกที่ผมเดินเข้าไปกอดเขา
และเป็นครั้งแรกที่ผมเรียกเขาว่า
“พ่อ…”
นทีนิ่งไป
แขนของเขาค่อย ๆ โอบกอดผมแน่นขึ้น
ผมรู้สึกถึงน้ำตาบนไหล่ของตัวเอง
หลายเดือนหลังจากนั้น ชีวิตของเราสองคนค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
นทียังคงไปทำงาน
ผมยังไปโรงเรียน
เรายังคงกินข้าวเย็นด้วยกัน
และในทุกวัน เขายังคงถามคำถามเดิม
“วันนี้เป็นยังไงบ้าง?”
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป
จากเดิมที่ผมเรียกเขาว่า “นที”
ผมเรียกเขาว่า “พ่อ”
หลายปีผ่านไป ผมเรียนจบมหาวิทยาลัยและกำลังจะเริ่มงานแรก
วันนั้นผมกลับมาที่บ้านพร้อมซองเอกสารหนึ่งซอง
ผมวางมันลงตรงหน้าเขา
“พ่อครับ”
เขาเงยหน้าขึ้น
“อะไร?”
ผมยิ้ม
“เงินเดือนก้อนแรกของผม”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“เก็บไว้ใช้เถอะ”
ผมส่ายหน้า
“แม่เคยฝากผมไว้กับพ่อ”
ผมหยุดไปครู่หนึ่ง
“วันนี้ผมอยากบอกพ่อว่า…พ่อไม่เคยทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นเด็กที่ถูกทิ้งเลย”
นทีไม่ได้พูดอะไร
เขาเพียงก้มหน้าลง
เหมือนพยายามซ่อนน้ำตา
ผมจึงเดินเข้าไปกอดเขาอีกครั้ง
วันนั้นผมเพิ่งเข้าใจว่า
ครอบครัวไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยสายเลือดเสมอไป
บางครั้ง คนที่กลายเป็นพ่อของเราอย่างแท้จริง
คือคนที่มีโอกาสเดินจากไปได้ทุกเมื่อ…
แต่กลับเลือกที่จะอยู่
เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ของเรา
และรักษามันไปตลอดชีวิต