“คุณพิมครับ เอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ”
พิมตอบสั้นๆ
“ขอบคุณค่ะ”
เธอวางสาย
และมองกลับไปยังบ้านหลังนั้นเป็นครั้งสุดท้าย
บ้านที่เธอเคยคิดว่าจะเป็นครอบครัวของตัวเอง
แต่วันนี้กลับเป็นสถานที่ที่เธอถูกขับไล่ออกมาในวันเกิดของสามี
เช้าวันรุ่งขึ้น วรรณาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกโล่งใจ
เธอคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการ
ลูกชายของเธอเป็นอิสระแล้ว
และไม่นาน ธันวาก็คงแต่งงานกับผู้หญิงที่เธอเลือกให้
แต่ในช่วงสาย โทรศัพท์ของวรรณาก็ดังขึ้น
ปลายสายคือผู้จัดการธนาคาร
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“คุณวรรณาครับ เรามีปัญหาเรื่องบัญชีบริษัทครับ”
วรรณาขมวดคิ้ว
“ปัญหาอะไร?”
“เงินทุนบางส่วนถูกระงับครับ”
“เพราะอะไร?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า
“ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้ถอนการค้ำประกันทั้งหมดครับ”
วรรณาหน้าซีด
“ใคร?”
คำตอบทำให้มือของเธอที่ถือโทรศัพท์สั่น
“คุณพิมครับ”
วรรณาไม่เชื่อ
เธอรีบโทรหาลูกชาย
“ธันวา! เธอรู้ไหมว่าพิมทำอะไรกับบริษัท?”
ธันวาตกใจ
“แม่หมายความว่าอะไร?”
“เธอถอนสิทธิ์ค้ำประกันทั้งหมด! แล้วตอนนี้บริษัทกำลังมีปัญหา!”
ธันวานิ่งไป
“พิมเป็นแค่ภรรยาของผมนะครับ”
วรรณาหัวเราะอย่างไม่เข้าใจ
“นั่นแหละที่เราคิดมาตลอด”
แต่ไม่กี่นาทีต่อมา อีเมลฉบับหนึ่งก็ถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์ของธันวา
เป็นเอกสารการถือหุ้น
และชื่อของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดทำให้เขานิ่งค้าง
พิม
ไม่ใช่แค่ผู้ถือหุ้นธรรมดา
แต่เป็นผู้ถือหุ้นที่ถือสิทธิ์สำคัญในบริษัทมากกว่าที่ทุกคนเคยรู้
ธันวารีบขับรถออกจากบ้านเพื่อไปตามหาพิม
เขาโทรหาเธอหลายครั้ง
แต่ไม่มีคำตอบ
จนกระทั่งช่วงเย็น เขาได้รับข้อความเพียงข้อความเดียว
“ไม่ต้องตามหาฉันค่ะ เราหย่ากันแล้ว”
ธันวาพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“พิม เราคุยกันได้ไหม?”
อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงประโยคเดียว
“วันที่คุณเลือกยืนอยู่ข้างแม่ ฉันก็เข้าใจแล้วว่าฉันควรยืนอยู่ข้างตัวเอง”
ธันวาอ่านซ้ำหลายครั้ง
แต่ไม่รู้จะตอบอะไร
วันต่อมา พิมปรากฏตัวในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท
ผู้บริหารและคณะกรรมการต่างลุกขึ้นต้อนรับเธอ
ชายคนหนึ่งเปิดประตูให้
“ท่านประธานครับ ทุกคนรออยู่แล้ว”
พิมพยักหน้า
ก่อนเดินเข้าไปในห้อง
ผู้หญิงที่เพิ่งถูกไล่ออกจากบ้านในคืนวันเกิดของสามี
วันนี้กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ไม่มีใครในครอบครัวของธันวาเคยคิดว่าเธอจะมีสิทธิ์นั่ง
และในขณะเดียวกัน...
ธันวากำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องประชุม
มองอดีตภรรยาของตัวเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ
เขาเพิ่งเข้าใจว่า
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา...
คนที่ครอบครัวของเขาดูถูกว่า “ไม่มีอะไร”
อาจเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในบ้านหลังนั้นมาตลอด
แต่คำถามสำคัญกว่าคือ...
ทำไมพิมถึงปิดบังตัวตนและทรัพย์สินทั้งหมดของเธอมานานถึง 4 ปี?
และเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการแต่งงานครั้งนี้...
อาจไม่ใช่อย่างที่ทุกคนเคยคิดเลยก็ได้