พ่อตาคิดว่าลูกเขยไม่มีอนาคต แต่ความจริงทำให้เขาน้ำตาไหล

พ่อตาดูลูกเขยไม่มีอนาคต — แต่ความจริงทำให้เขาพูดไม่ออก

Chapter 2

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

นนท์ไม่ได้ตอบทันที

เขาหันไปมองประตูห้องตรวจ

ก่อนพูดว่า

“เพราะมินตราต้องการผมครับ”

Dipisahkan Maut, 7 Potret Kenangan Manis Jennifer Coppen dan Dali Wassink

สมชายยังไม่เข้าใจ

“แล้วเงินล่ะ?”

นนท์ตอบอย่างสงบ

“ผมจะหาทางเองครับ”

ความจริงที่พ่อตาไม่เคยเห็น

หลังจากนั้น สมชายเริ่มสังเกตลูกเขยมากขึ้น

เขาเห็นนนท์ตื่นตั้งแต่เช้า

ทำอาหารให้ลูกสาว

จัดยา

ทำงานบ้าน

พาเธอไปโรงพยาบาล

และกลับมาดูแลเธอจนดึก

บางคืน…

สมชายเห็นนนท์นั่งหลับอยู่ข้างเตียงของมินตรา

มือข้างหนึ่งยังจับมือภรรยาเอาไว้

เช้าวันต่อมา เขายังคงตื่นขึ้นมาทำทุกอย่างเหมือนเดิม

ไม่มีคำบ่น

ไม่มีการเรียกร้อง

ไม่มีคำพูดว่าเขาเสียสละมากแค่ไหน

วันหนึ่ง สมชายถามลูกสาวตรง ๆ

“ทำไมนนท์ถึงยอมทำขนาดนี้?”

มินตรามองพ่อ

แล้วตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

“เพราะเขารักหนูค่ะ”

สมชายเงียบ

มินตราพูดต่อ

“พ่อเคยถามว่าทำไมหนูต้องเป็นคนหาเงิน”

“แต่พ่อไม่เคยถามเลยว่า…”

เธอหยุดไปครู่หนึ่ง

“ตอนที่หนูไม่มีแรงทำอะไร ใครเป็นคนดูแลหนู”

สมชายไม่ตอบ

เพราะเขาเริ่มรู้คำตอบแล้ว

สิ่งที่ทำให้พ่อตาต้องหลั่งน้ำตา

เย็นวันหนึ่ง สมชายเดินเข้าไปในห้องเก็บของ

เขาพบกล่องเอกสารเก่าใบหนึ่ง

ข้างในมีเอกสารเกี่ยวกับรถของนนท์

สมชายเปิดดู

แล้วพบว่า…

รถคันนั้นถูกขายไปหลายเดือนก่อน

เงินที่ได้จากการขายถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายของมินตรา

เขานั่งนิ่งอยู่บนพื้น

มือสั่นเล็กน้อย

ผู้ชายที่เขาเคยพูดว่า

“เกาะลูกสาวพ่อกิน”

กลับเป็นคนที่ยอมขายทรัพย์สินของตัวเองเพื่อรักษาลูกสาวของเขา

คืนนั้น สมชายกลับไปที่ห้องอาหาร

เขาเห็นนนท์กำลังจัดยาให้มินตรา

สมชายยืนมองอยู่นาน

ก่อนพูดว่า

“นนท์”

นนท์หันกลับมา

“ครับพ่อ”

สมชายสูดหายใจเข้าลึก ๆ

“พ่อมีเรื่องจะถาม”

“ครับ”

“แกยังเสียใจไหมที่ต้องลาออกจากงาน?”

นนท์นิ่งไปเล็กน้อย

ก่อนตอบ

“บางครั้งก็เสียดายครับ”

สมชายมองหน้าเขา

“แล้วทำไมแกถึงยังทำแบบนี้?”

นนท์หันไปมองภรรยา

แล้วตอบสั้น ๆ

“เพราะเธอคือครอบครัวของผมครับ”

คำขอโทษที่ลูกเขยไม่เคยคิดว่าจะได้ยิน

สมชายก้มหน้าลง

ชายวัย 63 ปีที่เคยมั่นใจว่าตัวเองมองคนออก…

วันนี้กลับรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดมาตลอด

เขาเดินเข้าไปหานนท์

แล้วพูดช้า ๆ

“พ่อขอโทษ”

รวมรูปภาพของ "ก้อย รัชวิน" พา "ตูน" กราบพ่อแม่ โอดคิดถึงพี่ชายและหลานที่กลับมาเมืองไทยไม่ได้ รูปที่ 1 จาก 15

นนท์ชะงัก

สมชายพูดต่อ

“พ่อเคยคิดว่าแกเป็นผู้ชายที่ให้ลูกสาวเลี้ยง”

“พ่อมองว่าแกไม่มีงานทำ”

“พ่อคิดว่าแกไม่มีอนาคต”

เขาหยุด น้ำเสียงเริ่มสั่น

“แต่พ่อไม่เคยรู้เลยว่า แกยอมทิ้งอนาคตของตัวเองเพื่อดูแลลูกสาวพ่อ”

นนท์เงียบไป

สมชายตบไหล่ลูกเขยเบา ๆ

“จากวันนี้ไป…”

“ถ้าใครถามว่าแกทำงานอะไร”

สมชายมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“พ่อจะบอกว่า ลูกเขยของพ่อกำลังทำหน้าที่ของสามีที่ดีที่สุด”

มินตราที่ได้ยินทุกอย่างถึงกับน้ำตาไหล

เธอเดินเข้าไปกอดพ่อ

สมชายกอดลูกสาวแน่น

ก่อนหันไปมองนนท์

“ขอบใจนะ”

นนท์ยิ้ม

“ไม่เป็นไรครับพ่อ”

ตั้งแต่วันนั้น…

สมชายไม่เคยพูดประโยคเดิมอีกเลย

ประโยคที่เคยพูดว่า

“ผู้ชายอะไรให้เมียหาเงินเลี้ยง”

กลับกลายเป็นประโยคที่เขาไม่กล้าพูดอีก

เพราะเขาได้เรียนรู้แล้วว่า…

ผู้ชายคนหนึ่งอาจไม่มีงานประจำในช่วงเวลาหนึ่ง

แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีคุณค่า

บางคนเลือกหยุดงาน…

เพื่อดูแลคนที่กำลังล้มลง

บางคนยอมขายสิ่งของที่รัก…

เพื่อให้คนในครอบครัวได้มีโอกาส khỏe mạnhขึ้น

และบางคนยอมให้คนอื่นเข้าใจผิด…

เพียงเพราะไม่อยากพูดถึงความเสียสละของตัวเอง

วันนั้น สมชายจึงเข้าใจความจริงที่เขามองข้ามมาตลอดว่า

“การหาเงินเลี้ยงครอบครัวไม่ใช่สิ่งเดียวที่พิสูจน์ว่าผู้ชายคนหนึ่งรักครอบครัวมากแค่ไหน”

เพราะบางครั้ง…

คนที่ดูเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย อาจกำลังทำสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่เงียบ ๆ

และสำหรับสมชาย…

ลูกเขยที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียง “คนเกาะลูกสาวกิน”

วันนี้กลับกลายเป็นผู้ชายที่เขาภูมิใจที่สุดที่จะเรียกว่า…

“ลูกเขยของพ่อ”

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

พ่อตาคิดว่าลูกเขยไม่มีอนาคต แต่ความจริงทำให้เขาน้ำตาไหล

2 Part