ลำคอเป็นบริเวณที่เราสามารถสังเกตได้ง่ายในชีวิตประจำวัน แต่หลายครั้งเรากลับไม่ได้ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณนี้
ก้อนที่คอโดยไม่รู้สึกเจ็บ ผิวบริเวณคอมีสีคล้ำขึ้น หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอเป็นเวลานาน ล้วนเป็นอาการที่หลายคนมักมองข้าม อย่างไรก็ตาม หากอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นหรือมีความชัดเจนมากขึ้น ควรไปพบแพทย์แทนการรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน
ลำคอเป็นบริเวณที่เราสามารถสังเกตได้ง่ายในชีวิตประจำวัน แต่หลายครั้งเรากลับไม่ได้ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณนี้
ก้อนที่คอที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันอาจเป็นเพียงต่อมน้ำเหลืองที่ตอบสนองต่อการอักเสบหรือการติดเชื้อ ผิวบริเวณคอที่คล้ำขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับแสงแดดหรือเม็ดสีผิว ส่วนความรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ บางครั้งอาจเกิดจากอาการเจ็บคอหรือการอักเสบ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรใส่ใจคือ ความผิดปกติที่เป็นอยู่นานหรือมีแนวโน้มแย่ลง
ต่อไปนี้คือ 3 การเปลี่ยนแปลงบริเวณลำคอที่ไม่ควรมองข้าม
1. มีก้อนบริเวณลำคอ โดยเฉพาะก้อนที่ไม่เจ็บและอยู่นาน
เมื่อพบก้อนบริเวณลำคอ หลายคนมักคิดทันทีว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองจากอาการเจ็บคอ ไข้หวัด หรือความผิดปกติภายในร่างกาย
ในหลายกรณี สาเหตุอาจเป็นภาวะที่ไม่รุนแรง ต่อมน้ำเหลืองสามารถบวมขึ้นเมื่อร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ โดยต่อมน้ำเหลืองเหล่านี้มักมีอาการเจ็บหรือรู้สึกไวเมื่อสัมผัส และจะค่อย ๆ เล็กลงเมื่อการอักเสบดีขึ้น
แต่หากก้อนบริเวณลำคอยังคงอยู่เป็นเวลานาน ไม่ยุบลง หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่ควรเพียงเฝ้าสังเกตต่อไปโดยไม่ตรวจหาสาเหตุ
ก้อนผิดปกติบางชนิดบริเวณลำคออาจไม่ทำให้รู้สึกเจ็บในระยะแรก ลักษณะของก้อน เช่น ความแข็ง การเคลื่อนไหว ตำแหน่ง และอัตราการขยายตัว อาจช่วยให้แพทย์ประเมินสาเหตุได้
ทั้งนี้ ก้อนที่ไม่เจ็บไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะสาเหตุที่ไม่รุนแรงหลายอย่างก็สามารถทำให้เกิดก้อนที่ไม่เจ็บบริเวณลำคอได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากก้อนยังคงอยู่นาน ก็ควรให้แพทย์ตรวจประเมิน
โดยเฉพาะหากก้อนบริเวณลำคอเกิดร่วมกับอาการต่าง ๆ เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ มีไข้เป็นเวลานาน เหงื่อออกตอนกลางคืน เสียงแหบ กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว
หลักง่าย ๆ ที่ควรจำ: หากมีก้อนบริเวณลำคอนานเกินประมาณ 2 สัปดาห์ หรือมีแนวโน้มใหญ่ขึ้น ไม่ควรคาดเดาสาเหตุด้วยตัวเอง