หลายคนอยากรู้ว่าควรตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 24, 25, 26 หรือ 28 องศาเซลเซียสจึงจะเหมาะสมที่สุด ความจริงคือไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน แต่สำหรับบ้านที่มีอากาศร้อน การเริ่มทดลองที่ประมาณ 25–27 องศาเซลเซียส อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผล แล้วค่อยปรับตามความรู้สึกและสภาพห้อง
ช่วงอุณหภูมินี้ไม่ใช่กฎทางการแพทย์ที่ใช้ได้กับทุกคน และไม่ได้รับประกันว่าจะประหยัดไฟได้เท่ากันทุกบ้าน หากตั้งไว้ที่ 26 องศาแล้วรู้สึกเย็นสบาย ก็ไม่จำเป็นต้องลดลงไปถึง 22 หรือ 23 องศาเพียงเพราะคิดว่าจะช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
หากห้องร้อนและอับชื้น
ในวันที่อากาศร้อนจัด ห้องที่รับแดดช่วงบ่ายหรืออยู่ใต้หลังคาอาจสะสมความร้อนเอาไว้มาก หากเริ่มเปิดแอร์แล้วตั้งไว้ที่ 28 องศาเซลเซียส แต่ยังรู้สึกไม่สบายตัว อาจทดลองปรับลงมาทีละ 1 องศา จนได้ระดับที่เหมาะกับตัวเอง
นอกจากอุณหภูมิแล้ว ความชื้นก็มีผลต่อความรู้สึกสบาย หากอากาศชื้นมาก เหงื่อจะระเหยออกจากผิวได้ยากขึ้น ทำให้รู้สึกร้อนเหนอะหนะ แม้อุณหภูมิจะไม่สูงมากก็ตาม การใช้เครื่องปรับอากาศในโหมดที่เหมาะสมและดูแลการระบายอากาศจึงช่วยให้ห้องสบายขึ้นได้
หากห้องเย็นง่ายหรือมีเด็กและผู้สูงอายุ
ไม่ควรใช้ตัวเลขอุณหภูมิเดียวกันกับสมาชิกทุกคนโดยไม่สังเกตความรู้สึก หากเด็กหรือผู้สูงอายุรู้สึกหนาว มือเท้าเย็น หรือมีอาการไม่สบาย ควรปรับสภาพห้องและเครื่องนอนให้เหมาะสม ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างอาจไวต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง จึงควรคำนึงถึงความต้องการเฉพาะบุคคลด้วย
วิธีหาอุณหภูมิที่เหมาะกับตัวเอง
-
เริ่มทดลองตั้งไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส
-
สังเกตว่าหลับได้ต่อเนื่องหรือรู้สึกร้อนจนตื่นหรือไม่
-
หากยังร้อน ให้ปรับลดลงทีละ 1 องศา
-
หากรู้สึกหนาวหรือไม่สบาย ให้ปรับอุณหภูมิสูงขึ้น
-
ลองใช้พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศ หากสภาพห้องเหมาะสม
-
ใช้เครื่องนอนที่ระบายอากาศได้ดีและไม่หนาเกินไป
ควรทดลองปรับทีละอย่าง เพื่อให้ทราบว่าอะไรช่วยให้หลับสบายขึ้นจริง ไม่จำเป็นต้องตั้งอุณหภูมิต่ำมากตั้งแต่เริ่มต้น
สิ่งที่ควรจำคือ อุณหภูมิ 25–27 องศาเซลเซียสเป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับการทดลอง ไม่ใช่คำตอบตายตัว หากตั้ง 28 องศาแล้วหลับสบาย ก็สามารถใช้ต่อได้โดยพิจารณาความชื้นและความร้อนในห้องควบคู่กัน