แม้เครื่องปรับอากาศจะช่วยให้หลับสบายในคืนที่อากาศร้อน แต่การใช้งานโดยไม่คำนึงถึงสภาพห้องและร่างกายอาจทำให้เกิดความไม่สบายตัวได้ การปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมจึงควรทำควบคู่กับการดูแลความสะอาดและการจัดสภาพแวดล้อมในห้องนอน
หลีกเลี่ยงการตั้งอุณหภูมิต่ำเกินความจำเป็น
บางคนเชื่อว่าการตั้งแอร์ไว้ที่ 18–20 องศาเซลเซียสจะช่วยให้หลับลึกขึ้น แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นสำหรับทุกคน หากรู้สึกหนาวจนต้องตื่นมาห่มผ้าเพิ่ม หรือมีอาการไม่สบายตัว ควรปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น การตั้งอุณหภูมิต่ำเกินความจำเป็นยังอาจเพิ่มภาระการทำความเย็นและการใช้พลังงานได้
ในทางกลับกัน หากตั้งไว้ที่ 28 องศาแล้วร้อนจนเหงื่อออกหรือหลับไม่ต่อเนื่อง ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใช้ตัวเลขนี้เพียงเพราะต้องการประหยัดไฟ ควรปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมและลดความร้อนในห้องด้วยวิธีอื่นร่วมกัน
ไม่ควรปล่อยให้แผ่นกรองมีฝุ่นสะสมมาก
ฝุ่นที่สะสมในแผ่นกรองอาจลดการไหลเวียนของอากาศและทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผู้ที่มีอาการแพ้ฝุ่นหรือระคายเคืองทางเดินหายใจควรให้ความสำคัญกับความสะอาดของห้องนอนและเครื่องปรับอากาศเป็นพิเศษ
ควรทำความสะอาดแผ่นกรองตามคู่มือผู้ผลิต และหากพบเชื้อรา กลิ่นอับ หรือมีน้ำรั่ว ควรตรวจสอบสาเหตุอย่างเหมาะสม ไม่ควรใช้การปรับอุณหภูมิให้ต่ำลงเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้
อย่าปิดห้องจนขาดการระบายอากาศตลอดเวลา
การปิดประตูและหน้าต่างขณะเปิดแอร์ช่วยลดอากาศร้อนจากภายนอกได้ แต่ห้องก็ควรมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสมตามลักษณะอาคารและระบบที่ติดตั้ง หากมีเครื่องระบายอากาศหรือระบบนำอากาศภายนอกเข้ามา ควรดูแลให้ทำงานตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ไม่ควรเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ตลอดคืนในวันที่อากาศภายนอกร้อนและชื้นมาก หากทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น แต่ก็ไม่ควรละเลยคุณภาพอากาศภายในห้อง ควรจัดการทั้งการทำความเย็นและการระบายอากาศให้สมดุลกัน
ระวังลมแอร์ที่เป่าปะทะร่างกายโดยตรง
ลมเย็นที่พุ่งตรงไปยังใบหน้าหรือลำตัวตลอดคืนอาจทำให้บางคนรู้สึกแห้งหรือไม่สบายตัว ควรปรับบานสวิงให้ลมกระจายทั่วห้อง และจัดตำแหน่งเตียงให้เหมาะสม หากตื่นมาพร้อมอาการคัดจมูกหรือระคายเคือง ควรตรวจสอบความสะอาดของเครื่องและสังเกตปัจจัยอื่นร่วมด้วย เพราะอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว
อย่าลืมเรื่องผ้าม่านและเครื่องนอน