สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อสงสัยว่าเด็กกลืนสิ่งแปลกปลอม
-
ไม่ควรใช้นิ้วล้วงคอเด็กแบบสุ่มเพื่อค้นหาวัตถุ เพราะอาจดันวัตถุให้ลึกลงไปหรือทำให้เกิดบาดแผลเพิ่มเติม
-
ไม่ควรทำให้อาเจียน เพราะวัตถุอาจทำให้ทางเดินอาหารบาดเจ็บขณะย้อนกลับขึ้นมา
-
ไม่ควรให้ข้าว ขนมปัง กล้วย หรืออาหารชนิดอื่นเพื่อหวังผลักวัตถุให้เคลื่อนลงไป
-
ไม่ควรให้เด็กดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารเพื่อทดลองว่าเด็กยังกลืนได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเจ็บคอหรือกลืนลำบาก ควรทำตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
-
ไม่ควรรอให้วัตถุออกมาพร้อมอุจจาระเองโดยไม่ได้รับการประเมิน โดยเฉพาะเมื่อเป็นวัตถุแหลมคม แบตเตอรี่กระดุม หรือแม่เหล็ก
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ผู้ปกครองควรบอกแพทย์ถึงช่วงเวลาที่คาดว่าเด็กกลืนสิ่งของเข้าไป ลักษณะและขนาดของวัตถุ อาการที่เกิดขึ้น รวมถึงประวัติการรับประทานอาหารหรือการดื่มน้ำหลังเกิดเหตุ หากมีสิ่งของชนิดเดียวกันเหลืออยู่ สามารถแจ้งรายละเอียดหรือแสดงให้แพทย์ดูได้อย่างปลอดภัย
แพทย์อาจพิจารณาการตรวจด้วยภาพถ่ายรังสี การส่องกล้อง หรือวิธีอื่นตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับว่าวัตถุเป็นโลหะหรือไม่ อยู่บริเวณใด และก่อให้เกิดอาการมากน้อยเพียงใด วัตถุบางชนิดอาจต้องนำออกโดยเร็ว ขณะที่บางกรณีอาจติดตามตำแหน่งและอาการภายใต้การดูแลของแพทย์
ในเหตุการณ์ของเด็กหญิงวัย 30 เดือน แพทย์ใช้การส่องกล้องนำสกรูออกจากกระเพาะอาหาร และติดตามอาการหลังทำหัตถการ ก่อนที่เด็กจะกลับมารับประทานอาหารและเล่นได้ตามปกติในเช้าวันถัดมา
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ดีในกรณีหนึ่งไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะปลอดภัยด้วยวิธีเดียวกัน การประเมินอย่างรวดเร็วและการรักษาที่เหมาะสมกับวัตถุแต่ละชนิดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
Chapter 5: วิธีจัดบ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงที่เด็กจะกลืนสิ่งแปลกปลอม
การป้องกันเด็กกลืนสิ่งแปลกปลอมเริ่มต้นได้จากการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสมกับวัย แม้ผู้ปกครองจะดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งของชิ้นเล็กที่วางอยู่บนพื้น โต๊ะ หรือขอบเตียงก็อาจถูกหยิบเข้าปากได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
แนวทางต่อไปนี้สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
1. เก็บของชิ้นเล็กและของมีคมให้พ้นมือเด็ก
สกรู ตะปู นอต เข็ม หมุด เหรียญ กระดุม และอุปกรณ์ซ่อมแซมต่าง ๆ ควรเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด และวางในตำแหน่งที่เด็กไม่สามารถหยิบถึงได้ หลังทำงานซ่อมแซมบ้านควรตรวจสอบพื้นและพื้นที่ใกล้เคียงทุกครั้ง
2. ระวังแบตเตอรี่กระดุมและแม่เหล็กเป็นพิเศษ
แบตเตอรี่กระดุมที่อยู่ในรีโมต ของเล่น หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชนิด อาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงหากเด็กกลืนเข้าไป ควรตรวจสอบว่าฝาปิดช่องแบตเตอรี่แน่นหนาและไม่หลุดง่าย ส่วนแม่เหล็กชิ้นเล็กควรเก็บให้ห่างจากเด็กอย่างเคร่งครัด หากสงสัยว่าเด็กกลืนแบตเตอรี่หรือแม่เหล็ก ควรไปโรงพยาบาลทันทีแม้ยังไม่มีอาการ