วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐานที่ปลอดภัยสำหรับตู้เย็นหลายรุ่น หลังจากถอดปลั๊กและนำอาหารออกแล้ว ให้เปิดประตูช่องแช่แข็งทิ้งไว้ เพื่อให้อากาศภายในห้องช่วยให้น้ำแข็งค่อย ๆ ละลาย ระหว่างนั้นควรวางผ้าหรือภาชนะรองน้ำไว้ด้านล่าง และหมั่นเปลี่ยนผ้าเมื่อเปียกมาก
ข้อดีคือไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษและลดความเสี่ยงจากการทำให้ชิ้นส่วนภายในเสียหาย แต่หากน้ำแข็งหนามาก วิธีนี้อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง จึงควรวางแผนล่วงหน้าและไม่เร่งด้วยวิธีที่อาจเป็นอันตราย
วิธีที่ 2: ใช้พัดลมช่วยเป่าลมอุณหภูมิห้อง
หากต้องการช่วยให้กระบวนการเร็วขึ้น สามารถใช้พัดลมเป่าลมอุณหภูมิห้องไปยังช่องแช่แข็งที่เปิดอยู่ได้ โดยต้องวางพัดลมให้มั่นคง อยู่ห่างจากน้ำที่ไหลออกมา และไม่ให้สายไฟหรือปลั๊กสัมผัสบริเวณเปียกชื้น
ก่อนใช้วิธีนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีน้ำกระเด็นเข้าใกล้พัดลมหรือเต้ารับไฟฟ้า หากพื้นที่ไม่แห้งหรือไม่สามารถจัดวางอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย ควรใช้วิธีละลายตามธรรมชาติแทน พัดลมอาจช่วยให้อากาศหมุนเวียนและทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น แต่ระยะเวลาที่ประหยัดได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและความหนาของน้ำแข็ง
วิธีที่ 3: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดบริเวณที่เข้าถึงได้
สำหรับน้ำแข็งบางส่วนที่เริ่มคลายตัวแล้ว อาจใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น บิดให้หมาด แล้วแตะหรือเช็ดบริเวณน้ำแข็งอย่างเบามือ วิธีนี้ช่วยถ่ายเทความร้อนไปยังพื้นผิวน้ำแข็งได้ โดยไม่ต้องใช้แรงกระแทกหรือขูดอย่างรุนแรง
ควรใช้น้ำอุ่นที่ไม่ร้อนจัด และต้องไม่ปล่อยให้น้ำไหลเข้าไปยังช่องระบายอากาศ ระบบไฟฟ้า หรือชิ้นส่วนที่ไม่ควรเปียก หากคู่มือของตู้เย็นไม่อนุญาตให้ใช้วิธีนี้ ควรหลีกเลี่ยง และห้ามเทน้ำลงบนผนังช่องแช่แข็งโดยตรง
วิธีที่ 4: นำก้อนน้ำแข็งที่หลุดออกแล้วออกจากตู้
เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลายและหลุดออกจากผนังเอง สามารถนำก้อนที่คลายตัวแล้วออกมาวางในภาชนะได้ แต่ควรใช้มืออย่างระมัดระวัง และไม่ดึงหรือบิดก้อนน้ำแข็งที่ยังติดแน่นอยู่ หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วย ควรเลือกเฉพาะอุปกรณ์พลาสติกที่ผู้ผลิตระบุว่าใช้ได้กับตู้เย็นรุ่นนั้น