ห้ามใช้มีด ไขควง เหล็กแหลม หรือเครื่องมือโลหะกระแทกและงัดน้ำแข็ง เพราะอาจเจาะผนังหรือทำให้ท่อสารทำความเย็นเสียหาย นอกจากนี้ ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผม ปืนลมร้อน หรือเครื่องทำความร้อนไฟฟ้ากับช่องแช่แข็งที่มีน้ำอยู่ เนื่องจากมีความเสี่ยงทั้งต่อไฟฟ้าช็อตและความเสียหายจากความร้อน
วิธีที่ 5: เช็ดน้ำและทำให้ช่องแช่แข็งแห้งสนิท
หลังน้ำแข็งละลายหมด ให้ใช้ผ้าสะอาดซับน้ำที่เหลืออยู่ แล้วเช็ดผนังและชั้นวางด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาทำความสะอาดที่ผู้ผลิตแนะนำ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดคราบตกค้าง และเช็ดให้แห้งสนิทก่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง
หากมีกลิ่นอาหารตกค้าง ควรตรวจสอบอาหารที่เก็บไว้นาน ภาชนะที่มีรอยรั่ว และบริเวณขอบยางประตู แทนการใช้น้ำหอมหรือสารเคมีแรง ๆ กลบกลิ่น เพราะอาจทิ้งสารตกค้างไว้ในพื้นที่เก็บอาหารได้
Chapter 3: ป้องกันน้ำแข็งเกาะซ้ำ พร้อมดูแลตู้เย็นให้ใช้งานได้นาน
หลังทำความสะอาดเสร็จ ควรตรวจสอบว่าภายในช่องแช่แข็งแห้งดีแล้ว จากนั้นเสียบปลั๊กและตั้งอุณหภูมิตามคำแนะนำของผู้ผลิต รอให้ตู้เย็นกลับมาเย็นเพียงพอก่อนนำอาหารกลับเข้าไป โดยควรเก็บอาหารแช่แข็งในอุณหภูมิที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการปล่อยให้อาหารละลายแล้วนำกลับไปแช่ซ้ำโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย
หากไม่ต้องการให้น้ำแข็งกลับมาเกาะหนาอย่างรวดเร็ว มีวิธีดูแลที่ทำได้เป็นประจำดังนี้
-
ปิดประตูให้สนิททุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการเปิดค้างไว้นาน เพราะอากาศชื้นจากภายนอกอาจเข้าไปสะสมในช่องแช่แข็งได้มากขึ้น
-
ตรวจสอบยางขอบประตู หากยางเสื่อม หลวม หรือมีคราบสกปรกจนปิดไม่สนิท ควรทำความสะอาดหรือให้ช่างตรวจสอบตามความเหมาะสม
-
ปล่อยให้อาหารที่ปรุงสุกแล้วเย็นลงอย่างเหมาะสมก่อนจัดเก็บ และใส่ในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อลดไอน้ำและความชื้นที่เข้าสู่ช่องแช่แข็ง
-
จัดวางอาหารไม่ให้กีดขวางช่องลมและการปิดประตู พร้อมหลีกเลี่ยงการยัดอาหารแน่นจนเกินไป โดยทำตามคำแนะนำของตู้เย็นแต่ละรุ่น
-
หากเป็นตู้เย็นที่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ แต่กลับมีน้ำแข็งสะสมหนาผิดปกติ ควรตรวจสอบสาเหตุ เช่น ประตูปิดไม่สนิทหรือระบบละลายน้ำแข็งขัดข้อง และติดต่อช่างหากจำเป็น
การละลายน้ำแข็งและทำความสะอาดอย่างถูกวิธีช่วยคืนพื้นที่จัดเก็บอาหารและทำให้ใช้งานตู้เย็นได้สะดวกขึ้น ส่วนการประหยัดไฟนั้นขึ้นอยู่กับรุ่นของตู้เย็น สภาพการทำงาน และพฤติกรรมการใช้งาน จึงไม่สามารถรับประกันว่าจะลดค่าไฟได้ถึง 50% ในทุกกรณี
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกวิธีที่ปลอดภัย ไม่เร่งละลายน้ำแข็งด้วยความร้อนสูงหรือเครื่องมือมีคม และหมั่นดูแลประตูรวมถึงระบบทำความเย็นให้ทำงานตามปกติ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดปัญหาน้ำแข็งสะสมและทำให้การดูแลตู้เย็นในระยะยาวง่ายขึ้นได้