Chapter 1
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2556 เกิดอุบัติเหตุทางการบินครั้งใหญ่ที่สนามบินนานาชาติซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200ER ของสายการบิน Asiana Airlines เที่ยวบินที่ 214 ประสบอุบัติเหตุขณะกำลังลดระดับเพื่อเข้าจอดบนรันเวย์ ส่งผลให้ตัวเครื่องกระแทกเข้ากับแนวกำแพงกันน้ำบริเวณก่อนถึงรันเวย์ ก่อนจะไถลไปตามพื้นสนามบินและเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่ภาพเครื่องบินที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก
เครื่องบินลำดังกล่าวเดินทางมาจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีต้นทางจากสนามบินนานาชาติอินชอน และมีเส้นทางก่อนหน้านั้นจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตามข้อมูลที่มีการรายงานในช่วงแรก เครื่องบินบรรทุกผู้โดยสาร 291 คน และลูกเรือ 16 คน รวมทั้งหมด 307 คน เมื่อเครื่องบินเข้าใกล้สนามบินซานฟรานซิสโก ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นการลงจอดตามปกติ แต่ในช่วงสุดท้ายก่อนถึงพื้นกลับเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น
ตามรายงานของคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NTSB เครื่องบินกำลังเข้าหาทางวิ่งหมายเลข 28L ในสภาพอากาศที่เอื้อต่อการมองเห็น ก่อนที่ส่วนท้ายและลำตัวเครื่องจะกระแทกกับกำแพงกันน้ำที่อยู่ก่อนถึงรันเวย์ แรงกระแทกทำให้ส่วนหางของเครื่องบินได้รับความเสียหายอย่างหนัก และเครื่องบินสูญเสียความสมบูรณ์ของโครงสร้างในระหว่างที่ไถลไปบนพื้นสนามบิน
หลังจากนั้นเครื่องบินหยุดอยู่บริเวณใกล้รันเวย์ ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ควันดำพวยพุ่งออกจากตัวเครื่อง ภาพถ่ายจากสถานที่เกิดเหตุเผยให้เห็นลำตัวเครื่องบินที่เสียหายอย่างรุนแรง ส่วนหางหลุดออกจากตัวเครื่อง และพื้นผิวหลายส่วนถูกไฟเผาจนดำสนิท
ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งสามารถออกจากเครื่องบินได้ด้วยตัวเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทีมกู้ภัยของสนามบินเร่งเข้าควบคุมเพลิงและช่วยเหลือผู้ที่ยังอยู่ภายในเครื่องบิน สถานการณ์ในช่วงแรกเต็มไปด้วยความโกลาหล เนื่องจากต้องเร่งนำผู้โดยสารออกจากบริเวณอันตราย พร้อมกับประเมินความรุนแรงของอาการบาดเจ็บและป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามมากขึ้น
รายงานจาก NTSB ระบุว่า ผู้โดยสาร 3 รายเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ส่วนผู้โดยสาร 40 ราย ลูกเรือบนเครื่อง 8 ราย และนักบิน 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรือส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหรือไม่ได้รับบาดเจ็บ ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้เครื่องบินจะได้รับความเสียหายอย่างหนักและถูกทำลายจากแรงกระแทกรวมถึงเพลิงไหม้ แต่ผู้ที่อยู่บนเครื่องส่วนใหญ่ยังสามารถรอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ได้
ในช่วงแรกหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบทั้งสภาพเครื่องบิน ระบบควบคุมการบิน ข้อมูลจากห้องนักบิน และการสื่อสารระหว่างนักบิน เพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดเครื่องบินจึงลดระดับต่ำเกินไปและไม่สามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย ทั้งที่สภาพอากาศในขณะนั้นค่อนข้างดีและไม่มีรายงานว่ามีพายุรุนแรงเป็นอุปสรรคสำคัญ
อีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือประสบการณ์ของนักบินที่ทำหน้าที่ควบคุมเครื่องบินในช่วงลงจอด นักบินคนดังกล่าวคือ ลี คัง-กุก ซึ่งตามข้อมูลที่สายการบินเปิดเผยต่อสื่อในช่วงแรก มีประสบการณ์บินเครื่องบินโบอิ้ง 777 เพียง 43 ชั่วโมง และยังอยู่ระหว่างการเก็บประสบการณ์เพื่อให้คุ้นเคยกับเครื่องบินรุ่นดังกล่าว
แม้จะมีชั่วโมงบินกับเครื่องบินรุ่นนี้ไม่มาก แต่เขาไม่ได้เป็นนักบินที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพ รายงานระบุว่าเขามีประสบการณ์บินเครื่องบินประเภทอื่นมาเป็นเวลานานเกือบ 10,000 ชั่วโมง รวมถึงเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่อย่างโบอิ้ง 747 และเครื่องบินรุ่นอื่น ๆ ดังนั้น การมีประสบการณ์กับโบอิ้ง 777 เพียง 43 ชั่วโมงจึงไม่ได้หมายความว่าเขามีประสบการณ์บินทั้งหมดเพียงเท่านั้น แต่หมายถึงชั่วโมงบินกับเครื่องบินรุ่นนี้โดยเฉพาะ![]()
สายการบินระบุในช่วงแรกว่า นักบินกำลังอยู่ในกระบวนการฝึกประสบการณ์การปฏิบัติการกับโบอิ้ง 777 โดยมีนักบินที่มีประสบการณ์กับเครื่องบินรุ่นนี้ร่วมปฏิบัติหน้าที่และทำหน้าที่กำกับดูแลตามขั้นตอนของสายการบิน อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินที่เกิดเหตุถือเป็นครั้งแรกที่เขาพยายามนำเครื่องบินโบอิ้ง 777 ลงจอดที่สนามบินซานฟรานซิสโก
ประเด็นเรื่องชั่วโมงบินของนักบินจึงกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ผู้ตรวจสอบต้องพิจารณา แต่ในเวลานั้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าประสบการณ์ที่จำกัดกับเครื่องบินรุ่นนี้เป็นสาเหตุโดยตรงของอุบัติเหตุหรือไม่ เพราะการสอบสวนจำเป็นต้องพิจารณาการทำงานของนักบินทั้งทีม การใช้ระบบอัตโนมัติของเครื่องบิน การติดตามความเร็วและระดับความสูง ตลอดจนการตัดสินใจในช่วงไม่กี่วินาทีก่อนการชน
ต่อมา NTSB ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยนำข้อมูลจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน เครื่องบันทึกข้อมูลการบิน ภาพจากสนามบิน และหลักฐานทางเทคนิคมาประกอบกัน เพื่อสร้างลำดับเหตุการณ์ก่อนเครื่องบินกระแทกพื้น ผลการสอบสวนที่เผยแพร่ในปี 2557 ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของเที่ยวบิน และทำให้เห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้มีสาเหตุจากปัจจัยเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องบิน การเฝ้าติดตามเครื่องมือ และการประสานงานของลูกเรือในห้องนักบิน