หลังเริ่มปฏิบัติการค้นหา เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากจากสภาพพื้นที่ที่เต็มไปด้วยซากคอนกรีตและโครงสร้างที่เสียหายอย่างหนัก การเคลื่อนย้ายเศษวัสดุจำเป็นต้องทำอย่างเป็นขั้นตอน เพราะการขยับชิ้นส่วนขนาดใหญ่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของซากอาคารและเพิ่มความเสี่ยงให้กับทีมกู้ภัย
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทีมค้นหาใช้เครื่องมือเฉพาะทาง รวมถึงสุนัขค้นหา เพื่อช่วยตรวจสอบบริเวณที่อาจมีผู้ประสบภัยติดอยู่ การทำงานต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งด้านการค้นหา การแพทย์ การควบคุมพื้นที่ และการตรวจสอบข้อมูลของผู้พักอาศัย
ในช่วงเวลาที่รายงานข่าวเผยแพร่ ทีมกู้ภัยยังคงพยายามเข้าถึงบริเวณที่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีผู้รอดชีวิตอยู่ แม้การค้นหาจะเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ประชาชนและครอบครัวของผู้สูญหายต่างเฝ้าติดตามความคืบหน้าจากการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ จำนวนผู้สูญหายที่เพิ่มขึ้นเป็น 159 รายเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ทำให้ความกังวลเพิ่มสูงขึ้น เพราะยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าบุคคลเหล่านั้นติดอยู่ภายในซากอาคารหรืออยู่ในสถานที่อื่น
นอกจากปฏิบัติการช่วยเหลือแล้ว อีกประเด็นสำคัญคือการค้นหาสาเหตุที่ทำให้อาคารสูงแห่งนี้พังถล่มลงมาอย่างกะทันหัน ในระยะแรก เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบหลักฐานและสภาพโครงสร้างอย่างละเอียด
อาคาร Champlain Towers South ก่อสร้างเสร็จในปี 1981 และมีอายุประมาณ 40 ปีในช่วงเกิดเหตุ ข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสภาพอาคาร การบำรุงรักษา และความปลอดภัยของโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม การที่อาคารมีอายุมากไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสาเหตุโดยตรงของการพังถล่ม และจำเป็นต้องอาศัยผลการสอบสวนทางวิศวกรรมประกอบการพิจารณา
อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือผลการศึกษาของ Shimon Wdowinski ศาสตราจารย์จากสถาบันสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนานาชาติฟลอริดา ซึ่งเคยเผยแพร่งานวิจัยเกี่ยวกับการทรุดตัวของพื้นที่บริเวณอาคาร
งานศึกษาดังกล่าวระบุว่า พื้นที่ของอาคารมีสัญญาณการทรุดตัวประมาณ 2 มิลลิเมตรต่อปีในช่วงปี 1993-1999 ข้อมูลนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจหลังเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ Wdowinski ระบุว่าการทรุดตัวดังกล่าวอาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการพังถล่ม และไม่ควรใช้ข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อสรุปต้นเหตุของโศกนาฏกรรม
ผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวถึงความท้าทายในการก่อสร้างอาคารบนพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่เกาะแนวกั้นคลื่น ซึ่งมีสภาพธรณีวิทยาและสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล แต่ในช่วงแรกของการสอบสวน ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้