Chapter 1
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 18-25 ตุลาคม 2569 หลังสภาพอากาศมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงและอาจทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่อง ฝนสะสม ลมกระโชกแรง รวมถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาเผยแพร่ประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 1 เลขที่ 260/2569 โดยระบุว่าช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคม ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 21-25 ตุลาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก รวมถึงภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้นและอาจเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ พร้อมกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ประกาศฉบับนี้มีความสำคัญสำหรับประชาชนที่ต้องเดินทาง ทำงานกลางแจ้ง หรืออาศัยอยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ปริมาณน้ำในลำคลองและทางระบายน้ำเพิ่มสูงขึ้น หากฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ระบบระบายน้ำบางพื้นที่อาจไม่สามารถรองรับน้ำได้ทัน จนเกิดน้ำท่วมขังตามถนน ชุมชน และพื้นที่ลุ่มต่ำ
ขณะเดียวกัน พื้นที่บริเวณเชิงเขาหรือใกล้ทางน้ำไหลผ่านต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเมื่อฝนตกสะสมบนพื้นที่สูง น้ำอาจไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณที่มีความลาดชันหรือมีลำห้วยไหลผ่าน หากมีดินและเศษวัสดุไหลปะปนมากับน้ำ ก็อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่มได้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลักษณะดังกล่าวจึงควรสังเกตระดับน้ำ ความขุ่นของน้ำ และความผิดปกติของสภาพแวดล้อม พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนจากหน่วยงานในพื้นที่
สำหรับวันที่ 18 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันแรกของช่วงประกาศเตือน ภาคใต้และภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังฝนตกต่อเนื่องตามแนวโน้มที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุ โดยจังหวัดในภาคตะวันออกที่มีฝนตกหนักบางแห่งตามพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 17 ตุลาคม ได้แก่ นครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีจังหวัดที่ต้องติดตามสภาพอากาศ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และนราธิวาส ขณะที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อย่างไรก็ตาม รายชื่อจังหวัดดังกล่าวเป็นข้อมูลจากพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงของวันที่ 17 ตุลาคม ไม่ใช่รายชื่อยืนยันว่าทุกจังหวัดจะได้รับผลกระทบหนักตลอดช่วงวันที่ 18-25 ตุลาคม ประชาชนควรตรวจสอบประกาศรายวันและการแจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่อีกครั้ง เพราะตำแหน่งของกลุ่มฝนและความรุนแรงของฝนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ
ส่วนวันที่ 19-20 ตุลาคม ภาคใต้และภาคตะวันออกยังเป็นพื้นที่ที่ควรติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประกาศเตือนระบุว่าฝนอาจตกต่อเนื่องและมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำ ลำคลอง หรือพื้นที่ที่น้ำระบายได้ช้าควรตรวจสอบทางระบายน้ำรอบบ้าน เตรียมยกสิ่งของสำคัญขึ้นที่สูงหากมีความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง
ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมเป็นต้นไป แนวโน้มฝนจะเพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้จึงไม่ควรประเมินความเสี่ยงจากสภาพอากาศในช่วงเช้าเพียงอย่างเดียว เพราะบางพื้นที่อาจมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงบ่ายหรือค่ำได้ การวางแผนเดินทางล่วงหน้าและติดตามประกาศพยากรณ์อากาศล่าสุดจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเผชิญฝนหนักระหว่างทาง
กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นอีกพื้นที่ที่ควรเตรียมพร้อม โดยเฉพาะบริเวณถนนที่มีประวัติน้ำท่วมขัง ทางลอด จุดที่มีการก่อสร้าง และชุมชนที่มีระบบระบายน้ำจำกัด หากฝนตกหนักในช่วงที่มีการจราจรหนาแน่น อาจเกิดน้ำท่วมขังและทำให้การเดินทางล่าช้า ผู้ใช้รถควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง ไม่ขับรถผ่านบริเวณที่ระดับน้ำสูงจนไม่สามารถประเมินความลึกได้ และหลีกเลี่ยงการจอดรถในจุดเสี่ยงเมื่อตรวจพบว่าฝนมีแนวโน้มรุนแรง
กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้ระวังลมกระโชกแรง ซึ่งอาจเกิดร่วมกับฝนฟ้าคะนอง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงในช่วงที่มีลมแรง ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งควรตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์และสิ่งของที่อาจปลิวได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อมีสัญญาณของพายุฝนฟ้าคะนอง
นอกจากผลกระทบต่อการเดินทางและที่อยู่อาศัยแล้ว ฝนตกหนักต่อเนื่องยังอาจกระทบต่อการเกษตร การขนส่งสินค้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เสี่ยง เกษตรกรควรติดตามประกาศในพื้นที่ของตนเอง ตรวจสอบทางระบายน้ำ และวางแผนดูแลพืชผลหรือสัตว์เลี้ยงตามความเหมาะสม ส่วนผู้ประกอบการที่ต้องขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางเสี่ยงควรเตรียมแผนสำรอง หากสภาพอากาศทำให้การเดินทางไม่ปลอดภัย
สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนไม่ควรรอจนเกิดน้ำท่วมแล้วจึงเริ่มเตรียมตัว หากมีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษอยู่ในบ้าน ควรวางแผนการเคลื่อนย้ายล่วงหน้า เตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว ไฟฉาย โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์จำเป็นไว้ในจุดที่หยิบใช้ได้ง่าย หากหน่วยงานในพื้นที่แจ้งให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำโดยไม่ฝืนอยู่ในบริเวณอันตราย
Chapter 2
อีกประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงวันที่ 18-25 ตุลาคม 2569 คือสถานการณ์คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร จึงขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพราะสภาพทะเลอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีพายุฝน
สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพประมงหรือใช้เรือในการเดินทาง การตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนออกจากฝั่งเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ควรพิจารณาเพียงสภาพคลื่นในบริเวณท่าเรือ เพราะบริเวณนอกชายฝั่งอาจมีคลื่นลมแรงกว่าที่พบในพื้นที่ใกล้ฝั่ง หากมีประกาศเตือนหรือพบว่ามีพายุฝนฟ้าคะนองในเส้นทาง ควรพิจารณาเลื่อนการเดินทางหรือเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง