กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 1 โดนเต็มๆวันที่ 18-25 ต.ค.นี้

กรมอุตุฯ เตือนฉบับที่ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 18–25 ต.ค. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน!

Chapter 2

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวและกิจกรรมทางทะเลควรแจ้งข้อมูลสภาพอากาศให้ผู้โดยสารทราบอย่างชัดเจน ตรวจสอบอุปกรณ์ความปลอดภัย และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ หากสภาพอากาศไม่เหมาะสม ไม่ควรฝืนออกเรือเพียงเพราะต้องการให้บริการตามกำหนดเวลา เพราะความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

แม้พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 17 ตุลาคมจะระบุว่าทะเลในบางบริเวณมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง แต่ประกาศเตือนช่วงวันที่ 18-25 ตุลาคมระบุถึงความเป็นไปได้ที่คลื่นจะสูงมากกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง จึงควรแยกข้อมูลตามช่วงเวลาและพื้นที่ ไม่ควรนำตัวเลขจากพยากรณ์คนละช่วงมาสรุปว่าเป็นสภาพทะเลเดียวกันตลอดทั้งวัน

สาเหตุสำคัญของสภาพอากาศในช่วงนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของแนวร่องมรสุมและทิศทางลม โดยในช่วงแรก ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ทำให้พื้นที่บางแห่งมีโอกาสเกิดฝนตกต่อเนื่อง หลังจากนั้นแนวร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบน และภาคตะวันออก ส่งผลให้พื้นที่เหล่านี้มีแนวโน้มได้รับฝนเพิ่มขึ้นในช่วงถัดไป

ขณะเดียวกัน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงร่วมกับความชื้นจากทะเลจึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องติดตามการเกิดฝนในหลายพื้นที่ของประเทศอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงและตำแหน่งของฝนในแต่ละวันยังต้องอ้างอิงข้อมูลพยากรณ์ล่าสุด ไม่สามารถระบุได้จากกลไกทางอากาศเพียงอย่างเดียวว่าทุกจังหวัดจะมีฝนหนักเท่ากัน

สำหรับพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงของวันที่ 17 ตุลาคม ภาคกลางมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยจังหวัดที่ระบุไว้ ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม ส่วนภาคตะวันออกมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเน้นบริเวณนครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และนราธิวาส ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ตัวเลขร้อยละของพื้นที่เป็นการประเมินโอกาสเกิดฝนในบริเวณของแต่ละภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดหรือทุกอำเภอจะมีฝนตกหนักตลอดเวลา

ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยบริเวณที่ระบุในพยากรณ์ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก และกำแพงเพชร ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ โดยเน้นบริเวณเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง

ข้อมูลดังกล่าวเป็นพยากรณ์อากาศสำหรับช่วงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 17 ตุลาคม ถึง 06.00 น. ของวันถัดไป จึงไม่ควรนำไปใช้แทนการคาดการณ์รายจังหวัดตลอดช่วงวันที่ 18-25 ตุลาคมโดยตรง เพราะประกาศเตือนระยะหลายวันกับพยากรณ์ 24 ชั่วโมงมีขอบเขตเวลาและรายละเอียดต่างกัน ประชาชนควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่าพื้นที่ของตนเองมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร

ในด้านการเตรียมความพร้อม หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วม ควรตรวจสอบทางระบายน้ำรอบบ้าน ย้ายสิ่งของสำคัญและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเมื่อมีความเสี่ยง เตรียมถุงหรือภาชนะกันน้ำสำหรับเอกสาร และเก็บเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ในที่เข้าถึงได้ง่าย หากต้องเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพถนนและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะถนนที่มีระดับต่ำหรือทางลอดที่น้ำสามารถสะสมได้รวดเร็ว

หากพบว่าน้ำในลำคลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีน้ำไหลแรงผิดปกติ หรือมีเศษไม้และดินโคลนไหลมากับน้ำ ผู้ที่อยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาควรรีบออกจากบริเวณเสี่ยงและแจ้งหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ควรลงไปตรวจสอบระดับน้ำด้วยตนเองในบริเวณที่มีกระแสน้ำแรง เพราะอาจถูกน้ำพัดพาได้ แม้น้ำจะดูไม่ลึก แต่กระแสน้ำที่ไหลเร็วก็สามารถสร้างอันตรายได้เช่นกัน

ผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ควรหลีกเลี่ยงการขับผ่านน้ำท่วมที่ไม่ทราบความลึก ไม่ควรจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายที่ไม่มั่นคงในช่วงลมแรง และควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ หากจำเป็นต้องเดินทางไกล ควรตรวจสอบสภาพอากาศตลอดเส้นทาง ไม่ใช่เฉพาะจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทาง

ประชาชนสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการได้จากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์หมายเลข 0-2399-4012-13 และสายด่วน 1182 ซึ่งมีข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมงตามที่หน่วยงานระบุ ควรตรวจสอบข่าวสารจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และระมัดระวังการแชร์รายชื่อจังหวัดหรือภาพแผนที่ที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพราะข้อมูลสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการพยากรณ์ครั้งใหม่

สรุปแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 18-25 ตุลาคม 2569 โดยช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคมควรติดตามสถานการณ์ในภาคใต้และภาคตะวันออกเป็นพิเศษ ส่วนช่วงวันที่ 21-25 ตุลาคม แนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน พร้อมความเสี่ยงจากลมกระโชกแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นสูงในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ประชาชนควรเตรียมพร้อมตามระดับความเสี่ยงในพื้นที่ของตนเอง วางแผนเดินทางอย่างรอบคอบ และติดตามประกาศฉบับล่าสุดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รายชื่อจังหวัดที่ระบุในพยากรณ์ 24 ชั่วโมงเป็นข้อมูลของวันที่ 17 ตุลาคม ไม่ใช่การยืนยันว่าจังหวัดเหล่านั้นจะได้รับผลกระทบหนักตลอดทั้งช่วงเตือนภัย จึงควรตรวจสอบข้อมูลรายวันจากกรมอุตุนิยมวิทยาก่อนตัดสินใจเดินทางหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 1 โดนเต็มๆวันที่ 18-25 ต.ค.นี้

2 Part