สังเกต “3 จุดดำ” บนร่างกาย สัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม และเมื่อไรควรพบแพทย์?

จุดดำบนผิวหนังไม่ได้หมายถึงมะเร็งเสมอไป แต่บางความเปลี่ยนแปลงควรตรวจให้แน่ใจ

Chapter 2

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

การตรวจผิวหนังไม่จำเป็นต้องทำให้กลายเป็นความกังวลทุกวัน เพียงสังเกตเป็นระยะและรู้ว่าความเปลี่ยนแปลงแบบใดควรได้รับการตรวจ ก็ช่วยให้ดูแลสุขภาพได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น

Chapter 2: จุดดำแบบที่ 1 — ไฝที่เปลี่ยนรูปร่าง สี หรือขนาดอย่างเห็นได้ชัด

是「痣」還是「瘤」?腫瘤科醫生教你「ABCDE法則」一分鐘自我鑑別,關鍵時刻能救命! | K-Centric 專業脫疣中心

ไฝเป็นรอยโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่สิ่งที่ควรสังเกตคือไฝที่มีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะเมื่อความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่นาน

แพทย์มักใช้หลักการ ABCDE เป็นแนวทางช่วยสังเกตลักษณะของไฝที่อาจน่าสงสัย โดยไม่ได้หมายความว่าหากพบข้อใดข้อหนึ่งแล้วจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นเหตุผลที่ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

A — Asymmetry: รูปร่างไม่สมมาตร

ไฝทั่วไปหลายชนิดมีรูปร่างค่อนข้างสมมาตร หากลองแบ่งไฝออกเป็นสองส่วนแล้วพบว่าสองด้านมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ควรสังเกตให้ละเอียดขึ้น

ตัวอย่างเช่น ด้านหนึ่งของไฝมีขนาดใหญ่กว่าอีกด้านมาก หรือรูปร่างโดยรวมเปลี่ยนจากเดิมจนดูไม่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ไฝที่ไม่สมมาตรบางชนิดก็อาจไม่เป็นอันตราย จึงไม่ควรใช้ลักษณะนี้เพียงอย่างเดียวในการสรุปผล

B — Border: ขอบไม่เรียบ

ไฝที่มีขอบหยัก ขอบเบลอ หรือขอบไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นอีกลักษณะที่ควรให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อขอบเปลี่ยนไปจากเดิม

หากคุณมีไฝอยู่มานานและเพิ่งสังเกตว่าขอบเริ่มขยายหรือเปลี่ยนรูปร่าง ควรบันทึกความเปลี่ยนแปลงไว้และปรึกษาแพทย์ตามความเหมาะสม

อย่าพยายามตัดหรือจี้ขอบไฝด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดบาดแผล ติดเชื้อ และทำให้การประเมินลักษณะรอยโรคทำได้ยากขึ้น

C — Color: สีไม่สม่ำเสมอ

ไฝอาจมีสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม แต่หากมีหลายสีอยู่ในจุดเดียว เช่น น้ำตาล ดำ แดง หรือมีบริเวณสีเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ควรให้แพทย์ประเมิน

อย่างไรก็ตาม สีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ รอยโรคบางชนิดอาจมีสีเข้มโดยไม่เป็นอันตราย ขณะที่รอยโรคที่น่าสงสัยบางชนิดอาจมีสีไม่เข้มมากนัก

D — Diameter: ขนาดของไฝ

ไฝที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 6 มิลลิเมตรเป็นลักษณะหนึ่งที่ใช้ประกอบการสังเกต แต่ไม่ได้หมายความว่าไฝทุกจุดที่ใหญ่กว่านี้จะเป็นมะเร็ง

ในทางกลับกัน รอยโรคที่มีขนาดเล็กกว่านี้ก็อาจมีความผิดปกติได้ หากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรรอให้ไฝโตถึงขนาดที่กำหนดก่อนจึงค่อยไปพบแพทย์

E — Evolving: มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา

ข้อสุดท้ายเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจมาก เพราะการเปลี่ยนแปลงของไฝอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในด้านขนาด รูปร่าง สี หรือความรู้สึกที่บริเวณนั้น

หากไฝเริ่มคัน เจ็บ มีเลือดออก หรือกลายเป็นแผลโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะเมื่ออาการดังกล่าวเกิดขึ้นใหม่หรือไม่หายไป

หากพบไฝที่น่าสงสัย ควรทำอย่างไร?

คุณสามารถถ่ายภาพไฝพร้อมบันทึกวันที่เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ควรใช้ภาพถ่ายแทนการตรวจโดยแพทย์ หากพบความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ควรนัดหมายเพื่อตรวจโดยไม่รอให้มีอาการรุนแรง

แพทย์อาจใช้เครื่องตรวจผิวหนังที่ช่วยขยายรายละเอียดของรอยโรค และพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

จำไว้ว่า: ไฝที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่คำยืนยันว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีหลายลักษณะผิดปกติร่วมกัน

Chapter 3: จุดดำแบบที่ 2 — รอยดำหรือแผลที่เกิดขึ้นใหม่และไม่หายตามปกติ

Doctor examining young woman's mole with dermatoscope in hospital, closeup

นอกจากไฝที่เปลี่ยนแปลงแล้ว จุดดำที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ หรือรอยโรคที่ดูเหมือนแผลแต่ไม่ยอมหาย ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรสังเกต

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

สังเกต “3 จุดดำ” บนร่างกาย สัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม และเมื่อไรควรพบแพทย์?

5 Part