การตรวจผิวหนังไม่จำเป็นต้องทำให้กลายเป็นความกังวลทุกวัน เพียงสังเกตเป็นระยะและรู้ว่าความเปลี่ยนแปลงแบบใดควรได้รับการตรวจ ก็ช่วยให้ดูแลสุขภาพได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น
Chapter 2: จุดดำแบบที่ 1 — ไฝที่เปลี่ยนรูปร่าง สี หรือขนาดอย่างเห็นได้ชัด
ไฝเป็นรอยโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่สิ่งที่ควรสังเกตคือไฝที่มีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะเมื่อความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่นาน
แพทย์มักใช้หลักการ ABCDE เป็นแนวทางช่วยสังเกตลักษณะของไฝที่อาจน่าสงสัย โดยไม่ได้หมายความว่าหากพบข้อใดข้อหนึ่งแล้วจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นเหตุผลที่ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
A — Asymmetry: รูปร่างไม่สมมาตร
ไฝทั่วไปหลายชนิดมีรูปร่างค่อนข้างสมมาตร หากลองแบ่งไฝออกเป็นสองส่วนแล้วพบว่าสองด้านมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ควรสังเกตให้ละเอียดขึ้น
ตัวอย่างเช่น ด้านหนึ่งของไฝมีขนาดใหญ่กว่าอีกด้านมาก หรือรูปร่างโดยรวมเปลี่ยนจากเดิมจนดูไม่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ไฝที่ไม่สมมาตรบางชนิดก็อาจไม่เป็นอันตราย จึงไม่ควรใช้ลักษณะนี้เพียงอย่างเดียวในการสรุปผล
B — Border: ขอบไม่เรียบ
ไฝที่มีขอบหยัก ขอบเบลอ หรือขอบไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นอีกลักษณะที่ควรให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อขอบเปลี่ยนไปจากเดิม
หากคุณมีไฝอยู่มานานและเพิ่งสังเกตว่าขอบเริ่มขยายหรือเปลี่ยนรูปร่าง ควรบันทึกความเปลี่ยนแปลงไว้และปรึกษาแพทย์ตามความเหมาะสม
อย่าพยายามตัดหรือจี้ขอบไฝด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดบาดแผล ติดเชื้อ และทำให้การประเมินลักษณะรอยโรคทำได้ยากขึ้น
C — Color: สีไม่สม่ำเสมอ
ไฝอาจมีสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม แต่หากมีหลายสีอยู่ในจุดเดียว เช่น น้ำตาล ดำ แดง หรือมีบริเวณสีเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ควรให้แพทย์ประเมิน
อย่างไรก็ตาม สีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ รอยโรคบางชนิดอาจมีสีเข้มโดยไม่เป็นอันตราย ขณะที่รอยโรคที่น่าสงสัยบางชนิดอาจมีสีไม่เข้มมากนัก
D — Diameter: ขนาดของไฝ
ไฝที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 6 มิลลิเมตรเป็นลักษณะหนึ่งที่ใช้ประกอบการสังเกต แต่ไม่ได้หมายความว่าไฝทุกจุดที่ใหญ่กว่านี้จะเป็นมะเร็ง
ในทางกลับกัน รอยโรคที่มีขนาดเล็กกว่านี้ก็อาจมีความผิดปกติได้ หากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรรอให้ไฝโตถึงขนาดที่กำหนดก่อนจึงค่อยไปพบแพทย์
E — Evolving: มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา
ข้อสุดท้ายเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจมาก เพราะการเปลี่ยนแปลงของไฝอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในด้านขนาด รูปร่าง สี หรือความรู้สึกที่บริเวณนั้น
หากไฝเริ่มคัน เจ็บ มีเลือดออก หรือกลายเป็นแผลโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะเมื่ออาการดังกล่าวเกิดขึ้นใหม่หรือไม่หายไป
หากพบไฝที่น่าสงสัย ควรทำอย่างไร?
คุณสามารถถ่ายภาพไฝพร้อมบันทึกวันที่เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ควรใช้ภาพถ่ายแทนการตรวจโดยแพทย์ หากพบความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ควรนัดหมายเพื่อตรวจโดยไม่รอให้มีอาการรุนแรง
แพทย์อาจใช้เครื่องตรวจผิวหนังที่ช่วยขยายรายละเอียดของรอยโรค และพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหรือไม่
จำไว้ว่า: ไฝที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่คำยืนยันว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีหลายลักษณะผิดปกติร่วมกัน
Chapter 3: จุดดำแบบที่ 2 — รอยดำหรือแผลที่เกิดขึ้นใหม่และไม่หายตามปกติ
นอกจากไฝที่เปลี่ยนแปลงแล้ว จุดดำที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ หรือรอยโรคที่ดูเหมือนแผลแต่ไม่ยอมหาย ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรสังเกต